
คนไทยเบื่อการเมือแห่ช็อปทัวร์ เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก 2010
...พีรดา ปราศรีวงค์
สร้างความโล่งใจ ให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยอยู่ไม่น้อย เมื่อวันแรกของการเปิดงาน เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก 2010 ครั้งที่ 7 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2528 ก.พ.นี้ บริเวณศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นักท่องเที่ยวคนไทยได้ทยอยเดินทางเข้าชมงานตั้งแต่เปิดให้บริการ ในช่วงเวลา 10.00 น. เมื่อวันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยตลอดทั้งวันคนไทยและชาวต่างชาติ จากโซนเอเชีย อย่างชาวจีนและเกาหลี ได้หลั่งไหลเข้าชมและเลือกซื้อแพ็กเกจทัวร์ราคาพิเศษจากทุกเส้นทางทั่วโลกอย่างคึกคักเป็นพิเศษ
ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ ได้คาบเกี่ยวกับการตัดสินคดียึดทรัพย์จำนวน 7.6 หมื่นล้านบาท ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 26 ก.พ.นี้ ทำให้หลายฝ่ายเกรงว่าปัญหาทางการเมืองที่เริ่มปะทุ จะทำลายบรรยากาศทางการท่องเที่ยวของประเทศไทยอีกครั้ง หลังจากผู้ประกอบการต้องพลาดโอกาสรับรายได้แบบไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยมานานกว่า 3 ปี
nผู้จัดมั่นใจคนไทยแห่เที่ยว
เจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) คณะผู้จัดงาน เล่าว่า การจัดงานในครั้งนี้เป็นความร่วมมือกันระหว่าง ทีทีเอเอ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) และบริษัท บัตรกรุงไทย ผู้ให้บริการบัตรเครดิตเคทีซี โดยนำผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวทุกประเภท ทั้งโรงแรมที่พัก สายการบินในประเทศและต่างประเทศ บริษัททัวร์ ราว 1,127 บูธ ร่วมจัดรายการส่งเสริมการขาย ลด แลก แจก แถมให้กับผู้ที่ซื้อแพ็กเกจทัวร์ภายในงาน โดยลดราคาเฉลี่ย 1070%
ทั้งนี้ จากการประเมินสถานการณ์ด้านการท่องเที่ยว คาดว่าในปีนี้คนไทยจะหันกลับมาเดินทางท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น เนื่องจากเกิดการอั้นการเดินทาง และคนไทยรู้สึกเบื่อหน่ายต่อการเมืองของประเทศ จึงหันมาเที่ยวอีกครั้ง
นอกจากนี้ เอกชนเชื่อว่ารัฐบาลจะมีมาตรการรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ โดยไม่กระทบต่อภาพรวมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเหมือนช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งเกิดปัญหาใหญ่ทั้งการปิดล้อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และการจลาจลช่วงเดือน เม.ย.
“
ผมเชื่อว่าทุกฝ่ายไม่ต้องการให้มีความรุนแรงเกิดขึ้นกับประเทศอีก เพราะหากมีอะไรอีกครั้ง ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย ภาพลักษณ์ที่ดีงามจะหายไปในทันที และครั้งนี้จะใช้ระยะเวลาการฟื้นฟูที่ยาวนานอย่างน้อย 3 ปี กว่าจะฟื้นตัวได้”n
แจกรถยนต์วันละคันจูงใจเจริญ เล่าว่า การจัดงานครั้งนี้ ได้ใช้งบกว่า 10 ล้านบาท โฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อครบวงจรอย่างต่อเนื่อง โดยให้ข้อมูลข่าวสารล่วงหน้ากับนักท่องเที่ยวเป็นระยะเวลานาน เพื่อสร้างการรับรู้ ซึ่งครั้งนี้ได้ใช้กลยุทธ์รางวัลใหญ่เป็นแรงจูงใจ โดยนักท่องเที่ยวที่ซื้อแพ็กเกจทัวร์ หรือสินค้าทางการท่องเที่ยวครบทุก 1,000 บาท จะได้รับคูปองชิงรางวัลรถยนต์เชฟโรเลต วันละ 1 คัน โดยจะจับรางวัลก่อนปิดงานทุกวัน
ด้าน สถาพร สิริสิงห รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส ฝ่ายการตลาดเพื่อการสันทนาการ บริษัท บัตรกรุงไทย ผู้ให้บริการบัตรเคทีซี เล่าว่า เคทีซีได้ใช้งบประมาณกว่า 20 ล้านบาท โฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อครบวงจร รวมถึงเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้าเคทีซีที่ใช้จ่ายบัตรภายในงานนี้ โดยเน้นเพิ่มกลยุทธ์การส่งเสริมการขายให้มีความเร้าใจเพิ่มขึ้น เช่น นักท่องเที่ยวที่ใช้จ่ายผ่านบัตรเคทีซี จำนวน 1.5 แสนบาท จะได้รับกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ ใช้จ่ายมูลค่า 5,000 บาท สามารถถ่ายแบบขึ้นปกนิตยสารที่ชื่นชอบได้ เป็นต้น
“
เคทีซีได้คัดสรรสิทธิประโยชน์ และของขวัญที่ให้ลูกค้า ซึ่งเป็นสินค้าที่มีมูลค่ามากขึ้น เพื่อสร้าแรงจูงใจ ทั้งราคาแพ็กเกจทัวร์ที่ถูก และสินค้าที่แถมใหม่ ซึ่งนักท่องเที่ยวที่รูดบัตรเคทีซีในงานนี้จะไม่ถูกชาร์ตค่าธรรมเนียมแต่อย่างใด” สถาพร เล่านอกจากนี้ บริษัทได้ร่วมกับบริษัท การบินไทย จัดโซน เคทีซี พาวิลเลียน บริการสินเชื่อพร้อมการเดินทางท่องเที่ยวราคาพิเศษ โดยซื้อแพ็กเกจทัวร์ผ่านรอยัล ออร์คิด หรือ ทัวร์เอื้องหลวง เส้นทางยุโรป จะได้รับการสะสมไมล์ของบัตรรอยัล ออร์คิด เพิ่มถึง 5 หมื่นไมล์ เป็นต้น
บริษัทคาดว่าการใช้จ่ายผ่านบัตรเคทีซีตลอดระยะเวลาการจัดงาน 4 วัน เฉลี่ยที่ 280 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% เทียบกับการจัดงานครั้งที่ผ่านมาใช้จ่ายผ่านบัตรเฉลี่ย 200 ล้านบาท
คนไทยจ่อเที่ยวสงกรานต์ต่างประเทศ
สำหรับพฤติกรรมการเลือกซื้อแพ็กเกจทัวร์ของนักท่องเที่ยว พบว่าตลอดทั้งวัน โซนเส้นทางต่างประเทศได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ตัดสินใจซื้อทัวร์ล่วงหน้าทันที เทียบกับเส้นทางในประเทศส่วนใหญ่เลือกรับข้อมูลผ่านโบรชัวร์ เพื่อเปรียบเทียบราคา โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่เห็นว่า ลูกค้าจะตัดสินใจซ้อทัวร์อีกครั้งในวันสุดท้ายของการจัดงานมากกว่าซื้อในวันแรก
นอกจากนี้แนวโน้มคนไทยยังมีแนวโน้มการเดินทางออกต่างประเทศในช่วงเทศกาสงกรานต์ ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศยืดระยะเวลาวันหยุดติดต่อกัน โดย พรพจน์ ศิริสัมพันธ์ เจ้าของธุรกิจส่วนตัว สะท้อนแนวคิดให้ฟังว่า ขณะนี้คนไทยไม่ได้ให้ความสนใจกับปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้นมากนัก ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยว เพราะโดยส่วนใหญ่คนไทยจะนิยมเดินทางเที่ยวพักผ่อนกับครอบครัว เช่นเดียวกับครอบครัวตัวเอง จะเดินทางท่องเที่ยวเฉลี่ย 2 ครั้ง/ปี และจะเดินทางท่องเที่ยวไปยังต่างประเทศ มากกว่าในประเทศไทย เนื่องจากมีความสะดวกในการเดินทาง
ขณะที่ประเทศไทยบางแห่งมีที่จอดรถไม่สะดวก แหล่งท่องเที่ยวที่นำเสนอซ้ำๆ ไม่มีความน่าสนใจ อีกทั้งราคามีความใกล้เคียงกับการเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ เช่น เวียดนาม สิงคโปร์ มาเลเซีย มีราคาใกล้เคียงกับแพ็กเกจเส้นทางเชียงใหม่ ภูเก็ต เป็นต้น ทำให้คนไทยที่มีกำลังซื้อตัดสินใจไปเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งมีราคาที่แพงกว่าเล็กน้อย
nสายการบิน บริษัททัวร์กระหน่ำลดราคา
ภายในงานดังกล่าวมีผู้ประกอบการสายการบิน ทั้งในประเทศและต่างประเทศร่วมออกบูธนำเสนอเส้นทางการบินราคาพิเศษกว่า 10 สายการบิน เช่น ไทยแอร์เอเชีย มีราคาเริ่มต้นที่ 1,000 บาท พร้อมให้ของที่ระลึกกับผู้ที่จองในงาน และนกแอร์ นำเสนอแพ็กเกจเดินทางตั๋วเครื่องบิน พร้อมโรงแรมที่พัก เป็นต้น ส่วนสายการบินต่างชาติ เช่น อีวาแอร์ ไชนาแอร์ คาเธ่ย์แปซิฟิค และลาวแอร์ไลน์ ได้ร่วมมอบสิทธิประโยชน์เช่นเดียวกัน
ขณะที่ในส่วนของผู้ประกอบการโรงแรม โดย มรกต กุลดิลก ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมเบสท์เวสเทิร์น พัทยา ได้นำห้องพักมาลดราคากว่า 50% จากห้องพักราคาปกติ 3,400 บาท/คืน เหลือเพียง 1,700 บาท/คืน พร้อมเพิ่มความพิเศษให้กับลูกค้าเคทีซี โดยจำหน่ายห้องพัก ราคา 1,500 บาท ในราคาซื้อ 1 แถม 1 เป็นต้น
เชื่อได้ว่าหลังจากการจัดงานนี้ผ่านไป อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศจะกลับมาพลิกฟื้นไปในทิศทางที่บวกได้ เพราะรายได้สะพัดทางการท่องเที่ยว นับเป็นรายได้ที่จะเข้าถึงประชาชนคนไทยได้ทุกหย่อมหญ้า







