
ห้างเตรียมรับมือม็อบร้อนปิดทันที
โพสต์ทูเดย์
— ค้าปลีกตบเท้าคุมเข้มหวั่นแดงเดือด พร้อมปิดให้บริการทันที แต่ยังใจแข็งเดินหน้าจัดกิจกรรมนายไพบูลย์ กนกวัฒนาวรรณ รองประธานกรรมการบริหารอาวุโส บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป ผู้บริหารห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า เดอะมอลล์, ดิ เอ็มโพเรียม และสยามพารากอน เปิดเผยว่า บริษัทได้เตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นจากความวุ่นวายทางการเมือง โดยได้เตรียมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งในและนอกเครื่องแบบเต็มอัตราเฉลี่ยสาขาละ 200 คน เพื่อดูแลความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า
“
หากมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นในศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้าในเครือบริษัทได้เตรียมพร้อมดำเนินการปิดประตูห้างและศูนย์การค้าทันที”อย่างไรก็ตาม บริษัทก็จะยังคงเดินหน้าจัดแคมเปญส่งเสริมการขายตามปกติ ซึ่งระหว่างวันที่ 24 ก.พ.
–7 มี.ค. บริษัทก็ได้ทำการจัดแคมเปญส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นกำลังซื้ออย่างเต็มที่ ใต้ชื่อ “Gold Rush ช้อปครบล่าทอง” ตามแผนดำเนินงานเดิมที่วางไว้ เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภค เช่นเดียวกับการจัดกิจกรรม “มหัศจรรย์พืชพันธุ์ ครบครันจักรกลเกษตร” ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 2428 ก.พ. นี้ที่ห้องเอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะมอลล์ บางแคนายสุทธิธรรม จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า หากเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้นเหมือนครั้งที่ผ่านมา บริษัทก็พร้อมที่จะปิดประตูห้างและศูนย์การค้าทันที
น.ส.ปิยวรรณ ลีละสมภพ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล กล่าวว่า ยังเดินหน้าจัดกิจกรรมในการจัดงาน Central/ZEN Midnight Sale l 2010 : ช้อปไว้ลาย ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขาและเซน ล่าสุดบริษัทได้ใช้งบ 70 ล้านบาทภาพรวมธุรกิจค้าปลีกในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ บริษัทมั่นใจว่าผู้บริโภคจะมีกำลังซื้อที่ดีต่อเนื่องมาจากปลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีเทศกาลสำคัญกระตุ้นอารมณ์การจับจ่ายของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นเทศกาลวันปีใหม่ วันตรุษจีน หรือวันวาเลนไทน์ ซึ่งหากไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ มาเป็นปัจจัยลบฉุดบรรยากาศการช้อปปิ้งเชื่อว่าภาพรวมธุรกิจค้าปลีกในปีนี้น่าจะมีอัตราการเติบโตที่ดีกว่าปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันก็เชื่อมั่นในรัฐบาลจะสามารถควบคุมสถานการณ์ต่างๆ ได้หากเกิดเหตุความรุนแรงทางการเมือง
เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภค ซึ่งในส่วนของวันที่ 2628 ก.พ.นี้ บริษัทจะเปิดให้บริการยาวถึงเที่ยงคืนในทุกสาขายกเว้นสาขารังสิต ,สีลมคอมเพล็กซ์ ,รามอินทรา ,หาดใหญ่ และภูเก็ต คาดจบแคมเปญมียอดขายไม่ต่ำกว่า 700 ล้านบาท
ด้านนางสาวสิรินิจ โชคชัยฤทธิกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการตลาด บริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน กล่าวว่า ปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองที่อาจจะเกิดขึ้นในวันที่ 26 ก.พ.นี้นั้น บริษัทเชื่อว่าทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี ในส่วนของบริษัทเองเคารพการตัดสินใจของศาล ซึ่งขณะนี้ยังคงไม่มีการเตรียมแผนการรองรับสถานการณ์เลวร้ายที่าจจะเกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตามการรักษาความปลอดภัยให้กับลูกค้าบริษัทยังคงให้ความสำคัญและปฏิบัตตามปกติ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า
นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่า การตัดสินคีดยึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทในวันนี้เป็นเรื่องของศาลฏีกาแผนกคดีอาญาผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่เกี่ยวกับบริษัทเอกชนที่ดำเนินธุรกิจ และส่งผลกระทบต่อการซื้อหุ้นเอไอเอสในระยะสั้นๆ เท่านั้น
ทั้งนี้ แม้เอไอเอสจะถูกโยงเข้าไปเกี่ยวกับคดีนี้ แต่ไม่ได้มีความกังวลใดๆ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการลดส่วนแบ่งสัมปทานระบบบบัตรเติมเงิน (พรีเพด) จาก 25% เหลือ 20% เป็นการกระทำที่อยู่บนพื้นฐานความจริงและเกิดขึ้นกับทุกบริษัทไม่ใช่เอไอเอสรายเดียว และการตัดสินใจลดส่วนแบ่งนั้นเกิดจากการที่ภาครัฐเห็นว่าระบบพรีเพดเป็นฐานการใช้งานที่เติบโตในอนาคต โดยปัจจุบันมีผู้ใช้งานเกือบ 90% ของจำนวนผู้ใช้มือถือ ทำให้รัฐมีรายได้มากขึ้น
ส่วนเรื่องภาษีสรรพสามิตกิจการโทรคมนาคม ที่หักจากส่วนแบ่งสัมปทาน 10% นั้น เอไอเอสทำตามนโยบายของภาครัฐที่กำหนด ซึ่งเอไอเอสไม่ได้จ่ายส่วนแบ่งรายได้ลดลง เพียงแต่รัฐเปลี่ยนการเก็บเงินเข้าคลังโดยตรง ไม่ต้องผ่านจ้าของสัมปทาน ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว รายได้ทั้งหมดก็เป็นของรัฐอยู่ดี







