
กองส่วนบุคคลปี’55แข่งขันดุ
ปีนี้อู้ฟู่11เดือนโตรวม13%บัวหลวงวิ่งหาบริษัทเอกชน
ปีนี้อู้ฟู่11เดือนโตรวม13%บัวหลวงวิ่งหาบริษัทเอกชน
กองทุนส่วนบุคคลปี 2555 แข่งเดือด หลังปีนี้หลาย บลจ.อู้ฟู่โตก้าวกระโดด “บัวหลวง” เล็งบริหารเงินเหลือให้บริษัทเอกชนขนาดกลางใหญ่
รายงานข่าวจากวงการบริษัทจัดการกองทุน ระบุว่า ธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลในปี 2555 จะมีการแข่งขันที่รุนแรง เนื่องจากแนวโน้มการเติบโตของกองทุนรวมที่อาจจะไม่มีมากนัก ทำให้ต้องหันมารุกธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลมากขึ้นและตลาดเปิดกว้างมากขึ้น หลังจากวงเงินคุ้มครองเงินฝากจะลดวงเงินเหลือไม่เกิน 1 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค. 2555
ทางด้านสมาคมบริษัทจัดการลงทุน รายงานว่า มูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุนส่วนบุคคล ณ วันที่ 30 พ.ย. 2554 อยู่ที่ 3.12 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.9% จากสิ้นปี 2553 ที่มีอยู่ 2.77 แสนล้านบาท โดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ที่มีมูลค่าสินทรัพย์เพิ่มมากที่สุด คือ บลจ.ไทยพาณิชย์ เพิ่มขึ้น 2.26 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 214%
ขณะที่นายหรรสา สุสายัณห์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและกองทุนส่วนบุคคล บลจ.บัวหลวง กล่าวว่า ธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลของบริษัทในปี 2554 มีสินทรัพย์เพิ่มเป็น 6,000 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 500% จากสิ้นปีก่อนที่มีอยู่ 1,000 ล้านบาท
“แนวทางในการทำธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลจะเน้นไปในการเจาะฐานลูกค้าบริษัทขนาดกลางใหญ่ที่มีเงินเหลือ ซึ่งในอดีตบริษัทเหล่านี้จะบริหารกันเอง เช่น การฝากประจำ ซื้อพันธบัตรรัฐบาล แต่เวลาจำเป็นต้องใช้เงินกะทันหันต้องถอนออกมาก็ได้ดอกเบี้ยต่ำหรือขายขาดทุน เพราะฉะนั้นบริษัทเหล่านี้อาจจะต้องการจ้างบริษัทภายนอกเข้ามาบริหารเงินที่มีเหลืออยู่ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด” นายหรรสา กล่าว
นายหรรสา ยังกล่าวอีกว่า ธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลที่ผ่านมา ทุก บลจ.จะมุ่งไปบริหารเงินให้กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) หรือกองทุนประกันสังคม (สปส.) เพียงอย่างเดียว ทำให้มีการแข่งขันกันสูง
ขณะเดียวกัน นายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย กล่าวว่า ในปี 2555 อุตสาหกรรมกองทุนส่วนบุคคลจะมีเม็ดเงินเข้ามาจากสหกรณ์ออมทรัพย์ หน่วยงานราชการ และมูลนิธิต่างๆ มากขึ้น เนื่องจากเริ่มเห็นประโยชน์ของการให้ บลจ.ช่วยบริหารเงินมากยิ่งขึ้น หลังจากการลดวงเงินคุ้มครองเงินฝาก
“นอกจากนี้ ในระหว่างปียังจะมีเงินจากกองทุนบริหารเงินกู้เพื่อการปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะและพัฒนาตลาดตราสารหนี้ในประเทศ (กปพ.) เข้ามาในระบบอีก 1.22 แสนล้านบาท” นายสมชัย กล่าว







