
9 สุดยอดรถยนต์แห่งปี 2554 มีร้าย มีดี ปะบนกันไป
ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่กันอย่างเป็นทางการ ก็ขอให้ผู้อ่าน
ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่กันอย่างเป็นทางการ ก็ขอให้ผู้อ่าน
โดย...ทีมข่าวยานยนต์
ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่กันอย่างเป็นทางการ ก็ขอให้ผู้อ่าน ผู้ติดตามหน้ายานยนต์ของหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ มีความสุขมากๆ ตลอดทั้งปีนะครับ คิดสิ่งใดก็ขอให้สมปรารถนา อะไรร้ายๆ ก็ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดี
เป็นประจำสำหรับสัปดาห์สุดท้ายของทุกปีครับ ที่ทีมข่าวยานยนต์ หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ จะต้องมานั่งประชุมกันถึงภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ในรอบปีที่ผ่านมา และทำการค้นหารถยนต์แห่งปีที่มีความโดดเด่นแตกต่างกันในด้านต่างๆ ออกไป ซึ่งถือเป็นภารกิจส่งท้ายปีที่ทำกันมายาวนาน
และในปีนี้ เราก็ได้ข้อสรุปสำหรับรถยนต์ที่โดดเด่นด้านต่างๆ ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับโพยของใคร แต่นี่คือความคิดเห็นที่มองว่ารถยนต์ที่จะก้าวขึ้นสู่ระดับสุดยอดนั้น ต้องมีความโดดเด่นที่แตกต่าง
ตามมาได้เลยครับ ว่า 9 คันของปีนี้ จะมีใครและโดดเด่นในด้านใดกันบ้าง...
นิสสัน อัลเมร่า
อีโคคาร์แห่งปี คุ้มค่า...สมราคา
รถยนต์อีโคคาร์คันที่ 2 จากค่ายนิสสัน หนึ่งในผลผลิตที่ทีมงานของนิสสันตั้งเป้าหมายเอาไว้มากในด้านยอดขาย และก็ประสบความสำเร็จกับยอดจอง 1.5 หมื่นคันหลังการเปิดตัว ทำให้โรงงานของนิสสันเองต้องเร่งเครื่องลงมือผลิตเพื่อทำการส่งมอบให้กับลูกค้าให้เร็วที่สุด
อัลเมร่า คือรถยนต์อีโคคาร์แบบซีดาน 4 ประตูรุ่นแรกของประเทศไทย ที่ยังยึดมั่นการใช้เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร มาพร้อมตัวถังขนาดเท่าบีเซ็กเมนต์ ห้องโดยสารขนาดโอ่อ่าติดตั้งอุปกรณ์มาให้ครบครัน ในแบบที่นิสสันเองคุยเอาไว้ว่าอุปกรณ์มาตรฐานเหนือกว่าคู่แข่งอย่างแน่นอน
หลังจากการทำการทดสอบกันแล้ว อัลเมร่าได้รับคำชมอย่างมาก ในเรื่องของการขับขี่ที่ไม่ขี้เหร่ ความสะดวกสบายของตัวรถที่มาจากห้องโดยสารกว้างขวางและการออกแบบช่วงล่างที่ชาญฉลาด ในระดับราคาที่ต้องถือว่าเหมาะสมเมื่อแลกกับสิ่งที่ได้มา
จึงเบียดคู่แข่งรายอื่นเข้าป้ายแบบไร้ข้อกังขา...
ฟอร์ด เรนเจอร์
ปิกอัพแห่งปี จุดเปลี่ยนวงการกระบะไทย
ใครจะไปคาดคิดว่ารถปิกอัพรุ่นใหม่ของฟอร์ด จะสามารถเรียกเสียงฮือฮาให้กับวงการปิกอัพที่มีการเปิดตัวโมเดลใหม่หมดจดพร้อมกันถึง 4 รุ่นในช่วงปลายปี และกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนต่างพร้อมใจกันบอกผู้บริโภคที่ต้องการซื้อรถปิกอัพว่าอย่าลืมไปลองคันนี้ก่อนตัดสินใจซื้อ
เรนเจอร์ คือการพัฒนารถยนต์ภายใต้โครงการวัน ฟอร์ด ที่ทำให้ได้รถปิกอัพไซส์ใหญ่โต ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ 2.2 และ 3.2 ลิตร ที่ฟอร์ดบอกว่า ตัวถังของเรนเจอร์ใหญ่ที่สุดในคลาสและเครื่องยนต์เองก็มีความโดดเด่น ผสานกับการขับขี่ที่ให้ความรู้สึกไม่แตกต่างจากรถเก๋ง ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำหรับวงการปิกอัพไทยก็ว่าได้
เหนืออื่นใดเรนเจอร์น่าจะเป็นรถปิกอัพคันแรกของประเทศไทย ที่เคาะราคาจำหน่ายในรุ่นท็อปอย่าง 3.2 ไวลด์แทร็ก ขับเคลื่อน 4 ล้อ ทะลุ 1 ล้านบาท แว่วมาว่าราคาที่เป๊ะๆ ก็คือ 1.059 ล้านบาท เรียกว่าใครคิดว่าขับปิกอัพแล้วไม่สมฐานะคงต้องคิดกันใหม่ให้ดี
ถ้าไม่ยกรางวัลนี้ให้แต่โดยดี จะให้ใคร...
มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต
พีพีวีแห่งปี มีดีที่ความลงตัว
ในสมรภูมิรถยนต์ดัดแปลงจากปิกอัพในประเทศไทย ถือว่าเป็นตลาดที่มีคู่แข่งไม่กี่ราย แต่ก็เป็นตลาดที่มีการแข่งขันที่สุด เพราะลูกค้าที่ต้องการรถยนต์กลุ่มนี้มีมากขึ้นเรื่อยๆ ปาเจโร สปอร์ต จากค่ายมิตซูบิชิ เบียดคู่แข่งตัวฉกาจเข้าป้ายสุดยอดรถยนต์แห่งปีแบบหายใจลดต้นคอ
เพราะแม้จะมีการปรับโฉมอย่างไล่เลี่ยกันในปีนี้ก็ตาม แต่ความพยายามของมิตซูบิชิในปีนี้ ที่ต้องการทำให้พีพีวีของค่ายโดดเด่นทั้งเรื่องหน้าตา และสมรรถนะที่ทำการปรับทั้งเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง ก็ทำให้รถคันนี้ขับดีขึ้นมาอย่างเหลือเชื่อเหนือกว่าความคาดหมาย
ด้วยการทำงานอย่างหนัก ทำให้ยอดจำหน่ายรายเดือนในบางครั้ง ปาเจโร สปอร์ต มีโอกาสก้าวขึ้นไปเป็นผู้นำในตารางยอดจำหน่ายรายเดือน หรือไม่ก็เป็นอันดับ 2 แบบไล่บี้ผู้นำอย่างไม่มียอมกันง่าย ๆ และกลายเป็นสินค้าธงที่สำคัญอีกรุ่นหนึ่งของค่ายตราเพชร 3 แฉก
ปีหน้าอย่ามัวแต่ทำตลาดมิราจ จนลืมรักษายอดพีพีวีก็แล้วกัน...
เชฟโรเลต แคปติวา ดีเซล
เอสยูวีแห่งปี ขับดีด้วยเครื่องดีเซลยูโร 4
ในช่วงกลางปีที่ผ่านมา เชฟโรเลต ประเทศไทย ตัดสินใจส่งแคปติวาใหม่เข้าสู่ตลาด โดยทำการเปิดตัวรุ่นเครื่องยนต์เบนซินในประเทศไทยก่อน ซึ่งก็ได้รับการตอบรับในระดับหนึ่ง จากบรรดาลูกค้าที่ชื่นชอบรถยนต์อเนกประสงค์แท้ๆ ที่ใช้งานได้ดีทั้งในและนอกเมือง
ผ่านมาอีกไม่นาน แคปติวาเครื่องยนต์ดีเซลก็ถูกคลอดตามออกมาแบบเงียบกริบ เพราะกำหนดการเปิดตัวดันอยู่ในช่วงเดียวกับปิกอัพของค่ายอย่างโคโรลาโด ทำให้ค่ายโบว์ไทน์หันไปทุ่มสรรพกำลังทั้งหมดให้กับรถกระบะ จนไม่มีเวลาจะทำข่าวอย่างเป็นเรื่องเป็นราวสำหรับรถรุ่นนี้
แต่ด้วยความยอดเยี่ยมของตัวรถ อุปกรณ์ที่ติดตั้งมาอย่างครบครันและการขับขี่ที่ดีเยี่ยมบนเครื่องยนต์ดีเซล ยูโร4 ก็ทำให้รถคันนี้ฝ่ากระแสความเงียบงันเข้ามาอยู่ในชาร์ตประจำปีนี้ได้ โดยที่ไม่มีคู่แข่งให้เทียบมากนัก หากมองในเรื่องของระดับราคาและสมรรถนะ
นอนมาแบบเงียบๆ แต่ขับโดดเด่นไม่แพ้ใคร...
วอลโว่ วี50 เอสเตท
รถหรูแห่งปี ดูดีด้วยความแตกต่าง
ตลาดรถยนต์หรูหราที่ให้ความคุ้มค่าแบบครบวงจร ถือเป็นตลาดที่มักจะถูกมองข้ามสำหรับบรรดาผู้บริโภคในประเทศไทย เนื่องจากลูกค้าคนรวยก็ต้องการอะไรที่เลิศหรูสุดๆ ทำให้ชื่อเสียงของวอลโว่ เจ้าพ่อรถหรูราคาดี ดูจะเงียบเหงาเศร้าซึมไปบ้างเล็กน้อยในรอบปี
แต่การนำเข้ารถแวกอนอย่าง วี50 ที่เป็นแฝดคนละฝากับ เอส40 มาจำหน่ายในประเทศไทยนั้น ต้องถือว่าเป็นการเปิดเซ็กเมนต์ใหม่ให้กับตลาดรถยนต์หรูหรา และเป็นการวางรากฐานให้กับคู่แข่งรายอื่นๆ เริ่มหันมาสนใจทำตลาดรถยนต์กลุ่มทัวริง ที่ใช้งานได้มากกว่ารถซีดานธรรมดากันมากขึ้น
ขณะที่หากมองในมุมของตัวรถเอง วี50 คือรถยนต์ที่ลงตัวที่สุดคันหนึ่งของวอลโว่ ทั้งหน้าตา สมรรถนะ และที่สำคัญคือราคาจำหน่ายที่จ่ายเงิน 2 ล้านบาทยังมีทอน ทำให้ วี50 พกพาความแตกต่างและโดดเด่นเหล่านี้ เบียดมาอยู่ในกลุ่มสุดยอดรถยนต์แห่งปีกับเขาเช่นกัน
เรียกว่าเป็นการหรูแบบพอเพียงก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด...
ทาทาซีนอน ซีเอ็นจี
รถเพื่อการพาณิชย์แห่งปี ขับไม่ดีแต่คุ้มแน่
แม้หลายๆ คนจะบ่นกันมาอย่างมากในเรื่องของสมรรถนะและการขับขี่ของทาทาซีนอน ซีเอ็นจี ปิกอัพเครื่องยนต์ซีเอ็นจีล้วนเพียงรายเดียวของประเทศไทย แต่ในความเป็นจริงแล้วต้องยอมรับว่าหากมองในแง่ของการเป็นรถยนต์เพื่อการพาณิชย์นั้น ทาทามีหลายอย่างที่โดดเด่นไม่น้อย
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของราคาจำหน่ายที่โดดเด่นและถูกกว่าคู่แข่งที่เหลือทุกราย เครื่องยนต์ระบบซีเอ็นจีที่ทำการพัฒนามาใหม่หมดจด วิ่งได้ระยะทางมากพอสมควร ถูกใจบรรดาเจ้าของกิจการทั้งหลาย ที่ต่างก็ถอยรถคันนี้ออกมาให้ลูกน้องขับส่งข้าวของท้าราคาน้ำมันดีเซลขึ้นๆ ลงๆ กันให้ควั่ก
แต่มองในเรื่องของการขับขี่แล้ว ก็ต้องยอมรับเหมือนกันว่าทาทาเองก็ต้องทำการปรับปรุงอะไรอีกมาก หากต้องการให้รถมียอดจำหน่ายที่ดีกว่านี้ ซึ่งผู้บริหารของทาทาเองก็เคยรับปากว่าในอนาคตจะมีการพัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ทั้งคุณภาพการผลิตและคุณภาพของรถก็ได้ใจกลุ่มรถส่งของไปแล้ว ถ้าปรับอีกนิดคงมีคนซื้อมาใช้งานจริงจังมากขึ้นแน่นอน...
โตโยต้า อัลติส
รถยนต์คุ้มค่าแห่งปี 7 หน้าตาเชย
แต่ดีที่ 7 เกียร์
เป็นกลุ่มที่มีคู่แข่งเยอะที่สุดสำหรับตำแหน่งรถยนต์ที่มีความคุ้มค่าแห่งปี แต่หลังจากนั่งดีดลูกคิดกัน โตโยต้า อัลติส ใหม่ที่มาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ก็วิ่งแซงคู่แข่งเข้าป้ายรถยนต์คุ้มค่าแห่งปีไปในท้ายที่สุดด้วยความลงตัวของการใช้งาน ที่ผสานกับสิ่งที่ให้มาแบบไม่มากไม่น้อยเกินไป
โตโยต้าทำการปรับโฉมอัลติสพร้อมทั้งชูนวัตกรรมต่างๆ มากมายที่ติดตั้งมาในตัวรถ โดยจุดเด่นที่สำคัญก็คือการขับขี่ที่โดดเด่นด้วยระบบเกียร์อัจฉริยะ 7 สปีด ที่ถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกในกลุ่มรถยนต์ระดับซีเซ็กเมนต์ ซึ่งทำให้อัลติสกลายเป็นรถยนต์ที่ขับสนุกและขับดีขึ้นมาก
อย่างไรก็ตาม หากต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์ที่คุ้มค่าที่สุดแห่งปีคันนี้ ก็ต้องยอมรับและแลกกันกับรถยนต์หน้าตาเชยๆ ที่สุด เมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาดเช่นกัน แต่ของพวกนี้แล้วแต่สายตาของคนมองครับ บางคนก็อาจจะชอบหน้าตาเชยๆ แบบนี้มากกว่ารถยนต์หน้าตาโฉบเฉี่ยวก็ได้
ของแบบนี้มันลางเนื้อชอบลางยา ว่าไม่ได้...
ฮอนด้า บริโอ้
รถยนต์โชคร้ายแห่งปี สึนามิซัดจมน้ำท่วม
ต้องขอแสดงความเสียใจกับฮอนด้า บริโอ้ รถยนต์อีโคคาร์คันแรกของฮอนด้า ที่ได้รับตำแหน่งสุดยอดรถยนต์โชคร้ายประจำปี 2554 ไปแบบไร้คู่แข่งและไม่มีคนอยากจะแข่งด้วย หลังจากที่โดนทั้งสึนามิที่ประเทศญี่ปุ่นและน้ำท่วมในประเทศไทย พัดซ้ำพัดซากจนยังไม่สามารถเดินหน้าทำตลาดได้อย่างจริงจัง
นับตั้งแต่การเปิดตัวรถรุ่นนี้มา ฮอนด้ายังไม่มีโอกาสได้เปิดตลาดอย่างเต็มรูปแบบ เพราะปัญหาในเรื่องของไลน์ผลิตที่มีผลกระทบตลอดเวลา ทำให้ไม่มีรถยนต์รุ่นดังกล่าวสามารถส่งมอบให้กับลูกค้าได้อย่างเต็มที่ และดูเหมือนว่าฮอนด้าเองก็ดูจะท้อๆ กับปัญหาที่เกิดขึ้นมากมายในช่วงที่ผ่านมา
บริโอ้ คือรถยนต์ในโครงการอีโคคาร์ของฮอนด้า ที่หมายมั่นปั้นมือจะท้าชนกับกระแสร้อนแรงของนิสสัน มาร์ช โดยรถยนต์เมื่อออกมาแล้วนั้น แม้จะถูกตั้งคำถามเรื่องรูปลักษณ์และคุณภาพในการผลิต แต่ก็ได้รับคำชมเชยอย่างมากในเรื่องของสมรรถนะด้านการขับขี่ที่ไม่เป็นรองใคร
หวังว่าปีหน้าฟ้าใหม่ อะไรร้ายๆ จะกลายเป็นดีนะ...
เกีย พิคานโต
เซอร์ไพรส์แห่งปี กึ่งน็อกดาวน์เข้ารถคันแรก
กลายเป็นเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ของผู้คนในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ เมื่อค่ายยนตรกิจเกียมอเตอร์ ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เกียในประเทศไทย ตัดสินใจเปิดตัวเข้าร่วมโครงการรถยนต์คันแรก ทั้งที่ตัวโครงการเองระบุไว้อย่างชัดเจน ว่าจะต้องเป็นรถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทยถึงจะเข้าร่วมโครงการได้
งานนี้ไม่ใช่แค่สื่อมวลชนจะงงกัน เพราะแม้แต่บรรดาผู้บริหารค่ายรถอื่นๆ ที่เข้าร่วมในโครงการ รวมไปถึงหน่วยงานภาครัฐต่างๆ ก็ออกอาการอึ้ง และไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับการที่เกียสามารถฝ่ากระแสต้านทานรถนำเข้ามาได้ ในระดับที่คนเตรียมเอกสารยังไม่ได้พิมพ์ชื่อว่ารถคันนี้เข้าโครงการได้เอาไว้
มาเฉลยกันตอนจบว่า เกีย พิคานโต เค1ที่นำมาเข้าโครงการ ถือเป็นรถยนต์ที่ประกอบในประเทศแบบเซมิน็อกดาวน์ ที่โรงงานร่มเกล้า โดยเสียภาษีสรรพสามิตเต็มจำนวน 25% แต่ได้รับการช่วยเหลือจากบริษัทแม่ สามารถทำราคาได้ที่ต่ำกว่า 5 แสนบาท เรียกคืนเงินจากโครงการได้ 6-7 หมื่นบาท
เซอร์ไพรส์แบบนี้ ถ้าไม่ใช่ อารยะ ชั้นกาญจน์ ก็ทำไม่ได้เหมือนกัน!!!







