posttoday
ยกระดับ แบงก์แลนด์ขยายอาณาจักร อัศวโภคิน

ยกระดับ แบงก์แลนด์ขยายอาณาจักร อัศวโภคิน

27 ธันวาคม 2554

ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เพื่อรายย่อย ถือฤกษ์ดีวันที่ 19 ธ.ค. ครบรอบ 6 ปี

ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เพื่อรายย่อย ถือฤกษ์ดีวันที่ 19 ธ.ค. ครบรอบ 6 ปี

โดย...เบญจมาศ เลิศไพบูลย์

ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เพื่อรายย่อย ถือฤกษ์ดีวันที่ 19 ธ.ค. ครบรอบ 6 ปี ยกระดับขึ้นสู่ธนาคารพาณิชย์เต็มรูปแบบในชื่อ “ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์” หลังกระทรวงการคลังอนุมัติใบอนุญาต ถือเป็นธนาคารพาณิชย์ลำดับ 11 ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ช่วงเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา

หากจับสัญญาณ “อนันต์ อัศวโภคิน” เจ้าของแบงก์ตัวจริง การสร้างอาณาจักรแลนด์ด้วยการสร้างธนาคารเมื่อ 6 ปีก่อน อาจเปรียบได้ว่า “แบงก์แลนด์” คือส่วนเต็มเติมของ “บ้านแลนด์” เมื่อบ้านหลังใหญ่ขึ้น บ้านก็ยิ่งต้องครบเครื่อง

อนันต์ ย้ำหลายครั้งว่าไม่รีบร้อนหาพันธมิตร ทั้งที่ธนาคารแห่งนี้เปรียบเหมือนน้องใหม่แวดวงการเงินที่กำลังเนื้อหอม สดใส และดูโฉบเฉี่ยว ขนาดไม่เทอะทะจนเกินไป ก็ยิ่งทำให้การทำธุรกิจการเงินยุคใหม่คล่องตัวขึ้น

ยกระดับ แบงก์แลนด์ขยายอาณาจักร อัศวโภคิน

 แม้ที่ผ่านมาจะมีพันธมิตรมากหน้าหลายตา ทั้งยุโรปและเอเชียเข้ามารุมล้อมธนาคาร แต่กระนั้นอนันต์ก็ยังยืนยันและย้ำชัดในวันที่นำแบงก์แลนด์เข้าสู่ตลาดหุ้นว่า “ยังไม่ไฟเขียว พันธมิตรเป็นเรื่องของจังหวะและโอกาส”

ความจริงที่ว่าการก่อร่างสร้างธนาคารจาก “ต้นกล้า” สู่ “ไม้ใหญ่” ไม่ใช่เรื่องง่าย และเป็นเรื่องที่ยากยิ่งกว่า เมื่อการออกใบอนุญาตตั้งธนาคารพาณิชย์สักแห่งในประเทศ ต่อให้มีเงินก็ทำไม่ได้ จากความเข้มงวดของผู้ควบคุมกฎที่ต้องการเห็นสถาบันการเงินมีความแข็งแกร่งจริง

กฎข้อนี้อาจทำให้โจทย์ของผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งก็คือตระกูลอัศวโภคิน มีมุมมองเปลี่ยนไป จากเดิมแบงก์แลนด์อาจเป็นเพียงลูกชัง แต่วันนี้กลับมาเป็นลูกรักที่ผู้บริหารต้องช่วยกันฟูมฟัก ผลักดันให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคง

เมื่อย้อนกลับไปดูผลประกอบการ บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของธนาคาร 99.99% และบริษัทย่อยมีกําไรสุทธิจากผลการดําเนินงานไตรมาส 3 ปีนี้จํานวน 123.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.17 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 8.99% เมื่อเทียบจากไตรมาสเดียวกันปีก่อน

สําหรับผลการดําเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปีนี้ บริษัทและบริษัทย่อยมีกําไรสุทธิ 348.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.61 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 15.05% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีจำนวน 303 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 179.46 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 16.59% ตามการขยายตัวของสินเชื่อในทุกกลุ่ม นอกจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 11.47 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 22.42%

ขณะที่ความแข็งแกร่งของธนาคารมีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงถึง 26.47% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดไว้ที่ 8.5% โดยเพิ่มขึ้นจากปลายปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 17.64%

อย่างไรก็ดี เมื่อแยกเป็นเงินกองทุนขั้นที่ 1 (เทียร์ 1) มีถึง 25.69% สูงกว่าที่ ธปท.กำหนดขั้นต่ำไว้ที่ 4.25%

ขณะที่สินทรัพย์รวมช่วง 9 เดือนแรกมีทั้งสิ้น 78,039.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15,728.72 ล้านบาท เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มี 62,311.06 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 25.24% สินทรัพย์หลักประกอบด้วยเงินให้สินเชื่อและดอกเบี้ยค้างรับสุทธิคิดเป็น 61.88% ของสินทรัพย์รวม รองลงมาได้แก่เงินลงทุนสุทธิคิดเป็น 26.4% ของสินทรัพย์รวม

เงินให้สินเชื่อรวมสหกรณ์ออมทรัพย์หักรายได้รอการตัดบัญชีจำนวน 55,539.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,324.52 ล้านบาท เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มี 47,214.82 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 17.63% โดยเงินให้สินเชื่อส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย คิดเป็น 51.21% ของเงินให้สินเชื่อทั้งหมด

ด้านหนี้สินรวมอยู่ที่ 65,160.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9,076.34 ล้านบาท เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อนมี 56,084.53 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 16.18% โดยหนี้สินรวมส่วนใหญ่เป็นเงินรับฝาก ตราสารหนี้ออก และเงินกู้ยืม

คงมีเพียงเรื่องเดียวที่ยังต้องจับตา คือหนี้ด้อยคุณภาพ ที่ตัวเลขออกมาไม่สวยเท่าไรนักช่วง 9 เดือนแรก ธนาคารมีสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Gross) จํานวน 790.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 101.25 ล้านบาท เมื่อเทียบจากสิ้นปีก่อนมีหนี้ด้อยคุณภาพ 689.02 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 14.69% โดยอัตราสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวมอยู่ที่ 1.42%

สินเชื่อด้อยคุณภาพจํานวน 526.89 ล้านบาท คิดเป็น 0.95% ของสินเชื่อรวมหลังหักสำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ยิ่งมหาอุทักภัยชำระล้างบ้านไม่เว้นโครงการเล็กหรือใหญ่ ลูกค้าแลนด์เองก็หนีไม่พ้น ก็ยิ่งต้องจับตาเอ็นพีแอลที่อาจปูดโปนขึ้นได้หลังจากนี้

สำหรับแผนของธนาคารหลังยกระดับขึ้นสู่ธนาคารพาณิชย์ ในปีหน้าธนาคารจะขยายสาขาให้ครบ 60 สาขา จากปีนี้มีสาขาทั้งสิ้น 43 สาขา โดยจะกระโดดเข้าสู่ต่างจังหวัดให้มากขึ้น พร้อมทั้งขยายการเข้าถึงระบบสารสนเทศให้ลูกค้ามีความสะดวกสบาย

ขณะที่การปรับฐานะเป็นธนาคารพาณิชย์นั้น สิทธิหน้าที่และภาระผูกพันต่างๆ ของธนาคาร จะโอนมายังธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ตั้งแต่วันที่ธนาคารได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง โดยผลของกฎหมายจะไม่มีผลกระทบต่อบริการทางการเงินสำหรับลูกค้าที่เคยใช้บริการกับธนาคารก่อนหน้านี้

นี่คือบทพิสูจน์เริ่มต้นของตระกูลอัศวโภคินกับธุรกิจที่กำลังเติบใหญ่ ความท้าทายบนถนนการเงินวันนี้คำตอบไม่ได้อยู่ที่ว่า ธนาคารจะได้อะไร หากแต่ต้อง กลับโจทย์ใหม่ว่า ผู้บริโภคจะได้อะไรจากแบงก์แลนด์ 
 

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ