
คลังขนสารพัดมาตรการช่วยน้ำท่วม
เน้นลดค่าใช้จ่ายคนเดือดร้อนเพิ่มลดหย่อน-เว้นภาษีเงินได้
เน้นลดค่าใช้จ่ายคนเดือดร้อนเพิ่มลดหย่อน-เว้นภาษีเงินได้
คลัง ไฟเขียวผู้ประกอบการน้ำท่วมได้เงินเคลมประกัน ไม่ต้องเสียภาษี
นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้กรมสรรพากรดูระเบียบเรื่องการยกเว้นรายได้จากการได้รับเงินชดเชยค่าสินไหมของผู้ประกอบการที่ทำประกันไว้และได้เงินชดเชยกรณีทรัพย์สินเสียหายเพราะน้ำท่วมจากบริษัทประกันภัย จะยกเว้นให้ไม่ต้องนำรายได้จากเงินชดเชยสินไหมดังกล่าวมาคำนวณเป็นรายได้เพื่อเสียภาษี
ทั้งนี้ รวมถึงรายได้ที่มาจากการได้รับเงินบริจาคและชดเชยจากภาครัฐ เช่น กรณีบ้านน้ำท่วมจะได้รับเงินครัวเรือนละ 5,000 บาท ทั้งกรณีของประชาชนไม่ต้องนำมาคำนวณเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีบุคคลธรรมดาและกรณีของนิติบุคคลไม่ต้องนำมาคำนวณเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีนิติบุคคล
ด้านสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) รายงานยอดผู้ประกอบการที่ทำประกัน คิดเป็นค่าเบี้ยประกันทั้งระบบกว่า 7.8 แสนล้านบาท เบื้องต้นคาดว่ามีบริษัทที่ได้รับความเสียหายมากกว่า 3.7 แสนราย คิดเป็นความเสียหายที่จะได้รับเงินชดเชยจากบริษัทประกันรวมเป็นเงินแล้วมากกว่า 4 แสนล้านบาท
“ให้กรมสรรพากรดูรายได้จากการเคลมประกันและรายได้ที่มาจากเงินบริจาคและเงินชดเชยจากภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็น 5,000 บาท 2 หมื่นบาท หรือ 3 หมื่นบาท ไม่ต้องนำมาคำนวณรายได้เพื่อเสียภาษี ถือเป็นการช่วยลดภาระทางด้านภาษีให้กับประชาชนและผู้ประกอบการ” นายบุญทรง กล่าว
สำหรับกรณีที่ลูกจ้างต้องการออกจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพราะต้องการสภาพคล่องมาใช้ในการซ่อมแซมบ้านพักอาศัยหรือใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน รายได้ที่เกิดขึ้นดังกล่าวยังให้นับเป็นรายได้ที่ต้องนำมาใช้ในการคำนวณเพื่อเสียภาษี
ทางด้านนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง กล่าวว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัปดาห์หน้า จะเสนอหลายมาตรการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม ทั้งมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ ที่ต้องการเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่ ให้หักค่าเสื่อมได้ 1.25 เท่า จากเดิมหักได้ 1 เท่า โดยในปีแรกจะให้หักได้ 40% ส่วนที่เหลือให้ทยอยหักใน 4 ปีหลัง ซึ่งจะช่วยผู้ประกอบการประหยัดภาษี หลังจากผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี กรมสรรพากรจะชี้แจงรายละเอียดอีกครั้ง
นอกจากนี้ จะเสนอให้แก้ไขเกณฑ์การปล่อยกู้โครงการบ้านหลังแรก วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท ดอกเบี้ย 0% คงที่ 3 ปี ให้นำมาใช้จ่ายเพื่อซ่อมแซมบ้านได้เพื่อกระตุ้นการขอกู้ เพราะผลกระทบจากน้ำท่วมทำให้ปล่อยสินเชื่อได้เพียง 1,000 ล้านบาท
พร้อมกันนี้ ยังจะเสนอมาตรการภาษี ที่ให้นำค่าใช้จ่ายซ่อมบ้าน ซ่อมรถยนต์ มาหักลดหย่อนภาษีได้ตามจริง โดยในส่วนบ้านหักลดหย่อนได้ไม่เกิน 1 แสนบาท รถยนต์ไม่เกิน 3 หมื่นบาท จึงขอให้ประชาชนเก็บหลักฐานไว้ เพราะหากผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี จะมีผลบังคับใช้ปีภาษีนี้ ซึ่งผู้ที่ได้รับประโยชน์จะต้องเป็นผู้ที่เสียภาษีเท่านั้น ขณะที่อู่ซ่อมรถยนต์และช่างซ่อมบ้าน กรมสรรพากรกำลังพิจารณาอยู่ว่าต้องอยู่ในระบบภาษีด้วยหรือไม่
รมว.คลัง กล่าวว่า การออกพระราชกำหนดให้ธนาคารแห่งประเทศไทย ปล่อยสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ หรือ ซอฟท์โลน ยังอยู่ระหว่างพิจารณาวงเงิน และเงื่อนไข แต่จะเร่งให้สถาบันการเงินต่างๆ ปล่อยสินเชื่อที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติไปก่อนหน้านี้ รวม 3 แสน 25,000 ล้านบาท
นายธีระชัยกล่าวว่า คลังตั้งเป้าหมายเพิ่มเงินกองทุนหมู่บ้านให้ได้เกินกว่า 50% ภายในปีหน้า ปัจจุบันมีกองทุนหมู่บ้านทั่วประเทศประมาณ 8 หมื่นกองทุน
นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ธอส. บอกว่า เงินกู้โครงการบ้านหลังแรก จะเปิดให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม กู้ไปซ่อมแซมบ้านได้ รายละไม่เกิน 1 แสนบาท ส่วนดอกเบี้ย 0% จะคงที่กี่ปี คณะรัฐมนตรีจะตัดสินใจ







