posttoday
เกร็ดธุรกิจ

เกร็ดธุรกิจ

20 ธันวาคม 2554

คนไทยเชื่อสินค้าราคาพุ่ง

คนไทยเชื่อสินค้าราคาพุ่ง

ศูนย์เครือข่ายวิชาการเพื่อสังเกตการณ์และวิจัยความสุขชุมชน มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ร่วมกับมหาวิทยาลัย UCSI มาเลเซีย และศูนย์วิจัยเชิงสำรวจสถานีวัดบรรยากาศทางสังคมฟิลิปปินส์ สร้างเครือข่ายวิจัยดัชนีผู้บริโภคในอาเซียน

สำหรับประเทศไทย 51.2% บอกว่า รายได้ส่วนตัวทรงตัว 36% ชี้ว่าแย่ลง และมีเพียง 12.8% ที่บอกว่าดีขึ้น

ที่น่าเป็นห่วงคือ ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในปัจจุบัน พบว่าส่วนใหญ่ถึง 82.5% ระบุว่า ราคาสูงขึ้น และในอีก 3 เดือนข้างหน้าส่วนใหญ่ 69.9% ชี้ว่าราคาสินค้ายังสูงขึ้นเช่นกัน

เมื่อถามราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในอีก 3 เดือนข้างหน้า พบว่าส่วนใหญ่หรือร้อยละ 69.9 ของตัวอย่างครัวเรือนประเทศไทยระบุราคาสินค้าจะสูงขึ้น ในขณะที่ร้อยละ 25.0 ระบุเท่าเดิม มีเพียงร้อยละ 5.1 ระบุจะลดลง แต่สำหรับประเทศมาเลเซีย พบว่า ร้อยละ 16.4 ระบุจะลดลง ร้อยละ 29.8 จะเท่าเดิม ร้อยละ 53.8 ระบุจะสูงขึ้น

ที่น่าพิจารณาคือ ผลการวิเคราะห์ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เมื่อค่าอ้างอิงความเชื่อมั่นอยู่ที่ระดับ 100 จุด พบว่า ตัวอย่างผู้บริโภคระดับครัวเรือนของประเทศไทย “มีความเชื่อมั่น” เพียง 3 ตัวชี้วัดได้แก่ รายได้ส่วนตัวในอีก 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ 107.3 จุด รายได้ของครอบครัวในอีก 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ 115.6 จุด และสถานการณ์ทั่วไปของเศรษฐกิจและธุรกิจในอีก 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 106.2 จุด อย่างไรก็ตาม ตัวชี้วัดที่เหลือของตัวอย่างผู้บริโภคคนไทย “ไม่มีความเชื่อมั่น” จำนวน 9 ตัวชี้วัด ได้แก่ รายได้ส่วนตัวปัจจุบัน อยู่ที่ 76.9 จุด รายได้ของครอบครัวโดยรวมในปัจจุบันอยู่ที่ 90.2 จุด สถานการณ์ทั่วไปของเศรษฐกิจและธุรกิจในปัจจุบันอยู่ที่ 69.5 จุด นอกจากนี้ ตัวอย่างผู้บริโภคครัวเรือนของประเทศไทยที่ไม่เชื่อมั่นในตัวชี้วัดอื่นๆ อีกได้แก่ การซื้อสินค้าคงทน เช่นเครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ ในปัจจุบันอยู่ที่ 81.2 จุดและในอีก 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 81.6 จุด โอกาสหางานทำปัจจุบันอยู่ที่ 37.6 จุด แต่ความเชื่อมั่นในโอกาสในการหางานทำในอีก 3 เดือนข้างหน้าสูงขึ้นอยู่ที่ 51.9 แต่แผนที่จะซื้อรถยนต์คันใหม่อยู่ที่ 31.7 จุด และแผนที่จะซื้อบ้านหลังใหม่หรือที่พักอาศัยใหม่อยู่ที่เพียง 17.7 จุดเท่านั้น

ในขณะที่ตัวอย่างผู้บริโภคระดับครัวเรือนในมาเลเซีย มีความเชื่อมั่นในตัวชี้วัดต่างๆ ได้แก่ รายได้ส่วนตัวในปัจจุบันอยู่ที่ 115.6 จุด รายได้ส่วนตัวในอีก 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 120.2 จุด รายได้ของครอบครัวโดยรวมในปัจจุบันอยู่ที่ 108.0 รายได้ของครอบครัวโดยรวมในอีก 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ 114.9 จุด นอกจากนี้ ยังมีแผนจะซื้อรถยนต์คันใหม่อยู่ที่ 109.2 จุด และซื้อบ้านหลังใหม่อยู่ที่ 103.1 จุด ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ตัวชี้วัดที่เหลือต่ำกว่าค่าอ้างอิงหรือกล่าวได้ว่าอยู่ในระดับที่ “ไม่เชื่อมั่น” ได้แก่ สถานการณ์ทั่วไปของเศรษฐกิจในปัจจุบัน การซื้อสินค้าคงทน เครื่องใช้ไฟฟ้า โอกาสหางานทำในปัจจุบันและโอกาสหางานทำในอีก 3 เดือนข้างหน้า ตามลำดับ

ดร.นพดล กล่าวว่า ASEAN CONSUMER INDEX ที่จัดทำขึ้นนี้เป็นการเก็บข้อมูลภายในประเทศ และเป็นการก้าวสู่ความร่วมมือระดับภูมิภาคอาเซียน ได้แก่ ประเทศฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเพื่อการตัดสินใจเกี่ยวกับการร่างนโยบายสาธารณะของภาครัฐ ตลอดจนช่วยในการตัดสินใจทางธุรกิจของภาคเอกชน โดยข้อมูลที่ทำการสำรวจจะเป็นข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำและเชื่อถือได้ นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังสะท้อนให้เห็นถึงทัศนคติและความคาดหวังของผู้บริโภค เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจในการบริโภคสินค้าและบริการอย่างเหมาะสมอีกด้วย

ในขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในส่วนของประเทศไทยที่อยู่ในระดับเชื่อมั่นในส่วนของ “รายได้” ในอีก 3 เดือนข้างหน้าทั้งที่เป็นรายได้ส่วนตัว กับรายได้ของครอบครัว น่าจะเป็นผลที่ประชาชนคาดหวังว่าจะได้รับจากนโยบายของรัฐบาลทั้งในค่าจ้างแรงงาน 300 บาทต่อวันและปริญญาตรี 15,000 บาทต่อเดือน

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงแผนการใช้จ่ายซื้อรถซื้อบ้านยังอยู่ในระดับที่ต่ำทำให้เห็นว่า คนไทยยังขาดความเชื่อมั่นอย่างมากถ้าไม่มีความหวังต่อนโยบายของรัฐบาลอาจส่งผลทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่ำกว่าค่าอ้างอิงมาตรฐานทุกตัวชี้วัด


 

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ