
ยูโรเปี้ยนฟู้ดสยายปีกอสังหาฯ
ต่อยอดรายได้กลุ่มของหวานชิมลาง3โครงการ800ล้าน
ต่อยอดรายได้กลุ่มของหวานชิมลาง3โครงการ800ล้าน
ยูโรเปี้ยนฟู้ดขยายอาณาจักรธุรกิจสู่อสังหาริมทรัพย์ ชิมลาง 3 โครงการคอนโดฯหมู่บ้านจัดสรร ต่อยอดธุรกิจอาหาร
นายสมชาย เวชากร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูโรเปี้ยนฟู้ด ผู้ผลิตและจำหน่ายยูโร่คัสตาร์ดเค้ก เลเยอร์เค้กตรา เอลเซ่ เวเฟอร์ตราปักกิ่ง และโอโจ้ เยลลีปีโป้ ฯลฯ เปิดเผยว่า สนใจจะขยายธุรกิจใหม่ไปยังภาคอสังหาริมทรัพย์ นับตั้งแต่ช่วง 23 ปีที่ผ่านมา หลังเห็นแนวโน้มธุรกิจดังกล่าวมีการเติบโตและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ตามพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ที่นิยมซื้ออาคารชุดหรือบ้านเดี่ยวเพื่ออยู่แบบส่วนตัวมากขึ้น
ทั้งนี้ ได้จัดตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมาเพื่อบริหารจัดการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะ เริ่มจาก 3 โครงการ ได้แก่ โครงการคอนโด มิเนียมเอลิส ติวานนท์ โครงการคอนโดมิเนียมเอลิส วงเวียนใหญ่ และโครงการหมู่บ้านจัดสรรนนทกร ย่านเทพารักษ์ จ.สมุทรปราการ รวมมูลค่าลงทุนไม่ต่ำกว่า 700-800 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินส่วนตัวและตั้งเป้ามูลค่าจากการขายโครงการรวมกว่า 1,000 ล้านบาท
“คอนโดมิเนียมแบรนด์เอลิสจะวางระดับราคา 1 ล้านบาทต้นๆ จับกลุ่มเป้าหมายระดับบี พร้อมชูจุดขายทำเลติดแนวรถไฟฟ้า เพื่อตอบรับรูปแบบการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการความสะดวกสบายในการเดินทาง” นายสมชาย กล่าว
นอกจากนี้ ยังสนใจขยายธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ อีก เช่น ล่าสุดเปิดตัว บริษัท ยูโรเดคคอร์ ด้วยทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจร้านค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ภายใต้แบรนด์ “ยูโรเดคคอร์” โดยจะนำเข้าสินค้าสัดส่วน 90% จากประเทศเวียดนาม มาเลเซีย และอินเดีย เป็นต้น ซึ่งพบว่าเป็นช่วงโอกาสที่เหมาะกับการทำตลาดเฟอร์นิเจอร์ในไทยที่ปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 6หมื่นล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตดีต่อเนื่องในช่วง23ปีที่ผ่านมา
สำหรับการเข้ามาลงทุนในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้น เพื่อเป็นการต่อยอดสร้างสินทรัพย์หรือรายได้ที่มั่นคงของกลุ่มบริษัทในระยะยาวจากรายได้ที่ชัดเจน ขณะที่ธุรกิจอาหารหรืออุปโภคบริโภค (คอนซูเมอร์โปรดักต์) ของบริษัท ยูโรเปี้ยนฟู้ด ซึ่งดำเนินการมานานกว่า 20 ปีนั้น จะมีความคล่องตัวของกระแสเงินสดเป็นหลัก
ทั้งนี้ 2 ธุรกิจใหม่จะเข้ามาช่วยเติมเต็มด้านรายได้และการบริหารความเสี่ยงธุรกิจได้ในแต่ละช่วงของเศรษฐกิจหากมีความผันผวนเกิดขึ้น
ด้านผลดำเนินการบริษัทในปี 2554 มีรายได้เติบโตกว่า 40% หรือเกือบ 4,000 ล้านบาท จากปีก่อนอยู่ที่ 2,100 ล้านบาท เนื่องจากปัจจัยบวกเศรษฐกิจในภาพรวมปีนี้ที่ดีต่อเนื่อง แม้ว่าจะชะลอตัวใน 12 เดือน จากปัญหาน้ำท่วม แต่บริษัทไม่ได้รับผลกระทบเนื่องจากโรงงานบริษัท ตั้งอยู่ใน จ.ปราจีนบุรี และฉะเชิงเทรา
ขณะเดียวกัน การจัดส่งสินค้าไปยังร้านค้าต่างๆ หรือสาขาเซเว่น อีเลฟเว่น ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมก็ยังเป็นไปตามปกติ ส่งผลให้ในช่วงน้ำท่วมบริษัทมียอดเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 10%







