
เรื่องของหมู (PIIGS) ในปีเสือ
....ดุษฏี ภู่พัฒน์
ในปีที่ผ่านมา ตลาดได้คาดการณ์กันว่าเศรษฐกิจได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และกำลังเข้าสู่ช่วงฟื้นตัว แต่อยู่ๆ ก็มีข่าวการเลื่อนชำระหนี้ของกลุ่ม บริษัท ดูไบ เวิลด์ เกิดขึ้น ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจที่ดูเหมือนจะดีก็กลับดูแย่ลงไปอีก ทำให้หลายๆ คนเกิดข้อสงสัยขึ้นว่า ยังมีอะไรแปลกๆ เกิดขึ้นอีกไหม
ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เชื่อมโยงไปถึง
“ทฤษฎีแมลงสาบ” ที่ว่า ถ้าเราเห็นแมลงสาบ 1 ตัว อย่าได้ไว้วางใจว่ามีเพียงตัวเดียว อาจมีแมลงสาบอีกหลายตัวซ่อนอยู่ ซึ่งสะท้อนถึงความไม่แน่นอน และความเปราะบางของการฟื้นตัวเศรษฐกิจ ดังเช่นที่เป็นข่าวการเงินในช่วงนี้ คือ ความกังวลในความสามารถชำระหนี้ของภาครัฐบาล (Sovereign Risk) ในกลุ่มประเทศที่เรียกชื่อว่า PIGS (P คือ โปรตุเกส I อิตาลี G กรีซ และ S คือสเปน แต่บางคนว่า น่าจะมีอีก I คือ I – ไอร์แลนด์ เป็น PIIGS) เพราะเป็นกลุ่มประเทศที่มีงบประมาณขาดดุลและการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในระดับสูงโดยวิกฤตการเงินของประเทศกรีซ นับว่าเป็นต้นกำเนิดของยุค Sovereign Risk
จากบทความของ The Economist ได้กล่าวถึงประเทศกรีซว่า จากการได้เข้าเป็นสมาชิกกลุ่มอียู ทำให้ได้ประโยชน์ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่มีต้นทุนต่ำ และด้วยการขาดวินัยทางการคลัง ทำให้ช่วงที่เศรษฐกิจเติบโตได้ปิดบังฐานะการคลังที่อ่อนแอ โดยตัวเลขการขาดดุลไม่ได้ลดลง ทำให้การประเมินความเสี่ยงในโอกาสที่จะเกิด Default Risk ต่ำกว่าความเป็นจริง รวมถึงความไม่น่าเชื่อถือของตัวเลขเศรษฐกิจ เพราะเมื่อมีการเลือกตั้งใหม่ในช่วงเดือน ต.ค. 2552 พบว่า สัดส่วนการขาดดุลงบประมาณ เมื่อเทียบกับจีดีพีของปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นจากก่อนหน้า 5% เป็น 12.7% ซึ่งเป็นตัวเลขที่เกินกว่าที่กลุ่มยุโรปกำหนดร่วมกันว่า ประเทศสมาชิกจะขาดดุลได้ไม่เกิน 3% ของจีดีพี
อย่างไรก็ตาม อียูก็ไม่มีบทลงโทษประเทศที่ละเมิดข้อกำหนดใดๆ ทั้งสิ้น
ทั้งนี้ วิกฤตทางการเงินของประเทศกรีซ เป็นการยืนยันว่า การรวมกลุ่มยูโรเป็นการรวมกลุ่มของประเทศที่มีความแตกต่างกัน และไม่มีกลไกในการจัดการกับความไม่สมดุลภายในกลุ่ม จะเห็นได้จากความแตกต่างที่ชัดเจนของกลุ่มประเทศยุโรปทางตอนเหนือกับตอนใต้
ตัวอย่างเช่น พื้นที่ตอนเหนือ เช่น ประเทศเยอรมนี พึ่งพาการส่งออกเป็นหลักในการขยายตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่พื้นที่ตอนใต้ เช่น ประเทศกรีซ พึ่งพาการบริโภคภายในประเทศเป็นหลัก รวมทั้งมีอัตราการออมในระดับต่ำ ทำให้ต้องพึ่งพาแหล่งเงินทุนจากต่างประเทศในสัดส่วนสูง
แม้ว่าประเทศกรีซจะมีขนาดของเศรษฐกิจเพียง 2.5% ของกลุ่มยูโรโซน แต่ความเสียหายก็อาจจะลุกลามออกไปมากขึ้น โดยมีโอกาสที่จะเกิด Bank Run ได้ เพราะธนาคารในยุโรปเป็นเจ้าหนี้ประเทศกรีซอยู่จำนวนมาก
ดังนั้น จึงมีโอกาสน้อยมากที่ประเทศกรีซจะออกจากกลุ่มอียู รวมถึงการคาดหวังว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจะไม่กระทบต่อความน่าเชื่อถือต่อสกุลเงินยูโรนั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย เพราะถ้าเกิด Greek Default จะมีการ Write Down และกระทบไปถึง Sovereign Debt ของประเทศอื่นๆ ด้วย
อย่างไรก็ตาม การเข้าช่วยเหลือทางการเงินของประเทศกรีซ ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน แต่คาดว่าไม่น่าจะมีข่าวบวกเซอร์ไพรส์ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่น่าจะมีข่าวลบที่เลวร้ายกว่านี้มากมายเช่นเดียวกัน







