posttoday
ฟิลิปส์ขยับทัพรับยุคดิจิตอล ย้ำผู้นำตลาดอุปกรณ์แสงสว่าง

ฟิลิปส์ขยับทัพรับยุคดิจิตอล ย้ำผู้นำตลาดอุปกรณ์แสงสว่าง

25 กุมภาพันธ์ 2553

8...วันเพ็ญ พุทธานนท์

ในโลกปัจจุบันที่กำลังผ่องถ่ายสู่ยุคดิจิตอล ทั้งในแง่ของสินค้าและบริการ รวมไปถึงอุปกรณ์แสงสว่าง ที่เริ่มปรับจากยุคอะนาล็อกไปสู่ยุคดิจิตอลเช่นกัน โดยมีหลอดแอลอีดี เป็นหัวหอกในการขับเคลื่อน

นายประกรณ์ เมฆจำเริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานกรรมการ บริหาร บริษัท ฟิลิปส์อิเล็คทรอนิกส์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า แนวโน้มการใช้หลอดไฟจะเปลี่ยนจากอะนาล็อก เป็นดิจิตอลไลต์ติ้ง ซึ่งเป็นโอกาสที่ฟิลิปส์จะใช้เทคโนโลยีและประสิทธิภาพที่มีการพัฒนาสินค้าเพื่อรับแนวโน้มดังกล่าว หลังจากในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา บริษัทแม่ได้เข้าซื้อกิจการด้านสินค้าแสงสว่างถึง 11 บริษัทเพื่อรุกตลาดนี้

ดังนั้น จึงวางนโยบายที่จะรุกตลาดกลุ่มอุปกรณ์แสงสว่างตั้งแต่ต้นปี หลังจากแตกกลุ่มโคมไฟตกแต่งมาเป็นแผนกใหม่ในกลุ่มอุปกรณ์แสงสว่าง พร้อมทั้งเตรียมเปิดตัวสินค้าโคมไฟตกแต่งไม่ต่ำกว่า 200 รายการ หรือ 1015% จากสินค้าที่บริษัทแม่ทำตลาดทั้งหมด 4,000 รุ่น พร้อมเปิดฟิลิปส์ ไลต์สตูดิโอ สาขาแรกที่โฮมเวิร์ค สาขาภูเก็ต เพื่อจัดแสดงการตกแต่งโคมไฟของฟิลิปส์ และสร้างการรับรู้แบรนด์สินค้า ตั้งเป้าเปิดไม่น้อยกว่า 3 แห่งปีนี้

ขณะเดียวกัน จะให้ความสำคัญกับสินค้าหลอดไฟกลุ่มแอลอีดี เนื่องจากเชื่อว่าจะมีการปรับเปลี่ยนหลอดไฟจากหลอดไส้มาเป็นหลอดประหยัดไฟและหลอดแอลอีดีมากขึ้น ซึ่งเป็นแนวโน้มเดียวกับทั่วโลกที่คาดว่าในอีก 5 ปีจากนี้ หลอดไส้จะเหลือสัดส่วนไม่ถึง 5% แต่แอลอีดีจะเพิ่มจาก 10% ในปัจจุบันมาเป็น 50% จากภาพรวมหลอดไฟทั้งหมดในระดับโลก แม้ว่าราคาขายจะสูงกว่าหลอดไส้ถึง 50 เท่า แต่ประหยัดพลังงานและอายุการใช้งานนานถึง 15 ปี โดยภาพรวมตลาดอุปกรณ์แสงสว่างในไทยมีมูลค่ารวม 6,000 ล้านบาท และมั่นใจว่าฟิลิปส์เป็นผู้นำในตลาดนี้

นายประกรณ์ กล่าวอีกว่า ภายในไตรมาสแรกปีนี้ บริษัทจะเปิดตัวโครงการซิตี้ พีเพิล ไลต์ ด้วยการเข้าไปนำเสนอโซลูชันแสงสว่างทั้งระบบ เพื่อการตกแต่งเมืองให้สวยงามและมีประสิทธิภาพ สำหรับไฟภายนอกอาคารทั้งหมด รวมถึงถนน สนามกีฬา ที่สาธารณะ แหล่งท่องเที่ยว รวมทั้งจะร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ส่งเสริมการใช้หลอดผอมใหม่ที 5 ด้วย

สำหรับกลยุทธ์การตลาดภาพรวมของบริษัทในปีนี้ จะเดินหน้านำเสนอนวัตกรรมที่มีคุณค่าเพื่อพัฒนาสุขภาพและความเป็นอยู่ของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ภายใต้คอนเซปต์ เฮลธ์แอนด์เวลบีอิ้ง โดยตั้งเป้าโตในทุกกลุ่มธุรกิจได้แก่ กลุ่มแสงสว่าง เครื่องมือแพทย์ และสินค้าคอนซูเมอร์ไลฟ์สไตล์

นายประกรณ์ กล่าวต่อว่า ปีนี้บริษัทยังเพิ่มสินค้ากลุ่มใหม่เข้ามาทำตลาด ได้แก่ กลุ่มอุปกรณ์เชื่อมต่อพ่วง อาทิ เมาส์คอมพิวเตอร์ หูฟัง บลูทูธ ที่ประเทศไทยจะเป็นผู้ทำตลาดเอง จากเดิมที่บริษัท ฟิลิปส์ ประเทศสิงคโปร์ เป็นผู้ทำตลาดกับดิสทริบิวเตอร์ในไทย

ในปีนี้บริษัทตั้งงบการตลาดโดยรวมไว้ 600 ล้านบาทเพื่อทำการตลาดสินค้าทั้ง 3 กลุ่ม โดยตั้งเป้าเติบโตไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา ที่มีรายได้เป็นไปตามเป้าหมาย แบ่งเป็นรายได้จากเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน 39% อุปกรณ์ให้แสงสว่าง 37% และอุปกรณ์การแพทย์ 24% และหวังว่าสถานการณ์การเมืองจะไม่มีเหตุการณ์รุนแรง

ขณะที่ความเคลื่อนไหวของฟิลิปส์ทั่วโลกนั้น ในปี 2552 ที่ผ่านมา ได้ลงทุนถึง 1,600 ล้านยูโร หรือประมาณ 7% ของยอดขายในการวิจัยและพัฒนา นอกจากนี้ยังพบว่า ยอดขายผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของฟิลิปส์มีสัดส่วนเพิ่มสูงขึ้น

ที่สำคัญคือ มูลค่าแบรนด์ของฟิลิปส์อยู่ในลำดับที่ 42 ของโลกคิดเป็นมูลค่าแบรนด์ที่ 8,100 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2.8 แสนล้านบาท ในปี 2552 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากลำดับที่ 65 ในปี 2547 ซึ่งความสำเร็จดังกล่าว ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการควบรวมกิจการในธุรกิจทั้ง 3 กลุ่มที่ฟิลิปส์ทำตลาดอยู่ ได้แก่ กลุ่มคอนซูเมอร์ไลฟ์สไตล์ กลุ่มอุปกรณ์แสงสว่าง และกลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพ

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69