
กสทฯยิ้มซีดีเอ็มเอคืนชีพ
โพสต์ทูเดย์
— กสทฯ โล่ง นายกฯ ไฟเขียวซื้อฮัทช์ หวังประเทศมีทางเลือกเทคโนโลยี 3จี บอร์ดพร้อมลุยเดินหน้าสรรหาซีเอฟโอซีเอ็มโอนายกฤษดา กวีญาณ กรรมการ (บอร์ด) บริษัท กสท โทรคมนาคม เปิดเผยว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มีสัญญาณบวกต่อแผนการซื้อบริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย หรือฮัทช์ ในวงเงินไม่เกิน 7,500 ล้านบาท เพราะเห็นว่าจะช่วยให้ประเทศไทยมีทางเลือกในการใช้เทคโนโลยี 3จี มากขึ้น นอกเหนือไปจากโครงข่าย 1900 เมกะเฮิรตซ์ ของบริษัท ทีโอที
ทั้งนี้ ขั้นตอนที่เหลือคือรอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติแผนการซื้อ ซึ่งคาดว่าจะไม่มีปัญหาใดๆ โดยแผนการซื้อครั้งนี้ รวมถึงการขยายโครงข่ายซีดีเอ็มเอ 51 จังหวัดให้ครอบคลุมการใช้งาน 90% อีกกว่า 3,000 ล้านบาทด้วย
นายกฤษดา กล่าวว่า ระหว่างนี้กสทฯ ได้เตรียมการทำงานให้เป็นเชิงรุกมากขึ้น โดยเฉพาะการสรรหารองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการเงิน (ซีเอฟโอ) และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการตลาด (ซีเอ็มโอ) เพื่อให้มีการทำงานที่รวดเร็วมากขึ้น ซึ่งจะเริ่มสรรหาซีเอฟโอก่อน ขณะที่ซีเอ็มโอนั้นอยู่ระหว่างการประเมินผลงานนายขจิต จิตรสุภา ผู้บริหารคนใหม่ภายในระยะเวลา 3 เดือน
นอกจากนี้ ยังเตรียมปรับโครงสร้างองค์กรให้เป็นแบบคลัสเตอร์ โดยรวมกลุ่มธุรกิจเข้าไว้ด้วยกัน 4 คลัสเตอร์ คือ บริการสื่อสารข้อมูล (ดาตาคอม) บริการสื่อสารไร้สาย กลุ่มสัญญาสัมปทาน และบริการระบบรักษาความปลอดภัย (IT Security) เพื่อให้การดำเนินธุรกิจคล่องตัวมากขึ้น
รวมทั้ง เปลี่ยนระบบการใช้งบประมาณการจัดซื้อจัดจ้างจากเดิมที่กระจัดกระจายเป็นแบบรวมศูนย์และจัดซื้อครั้งเดียว เพื่อให้ได้ของที่มีราคาถูกลง ตั้งเป้าว่าจะสามารถประหยัดงบประมาณการจัดซื้อปีนี้ที่มีอยู่1,000 ล้านบาทได้ 10%
ด้านนายวรุธ สุวกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที กล่าววว่า การก้าวเข้าสู่ปีที่ 57 ในปี53 ทีโอที จะพยายามขยายโครงข่ายโทรศัพท์มือถือ3จี ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น โดยเน้นการเป็นผู้ให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคมเป็นหลัก
นอกจากนี้ จะเร่งเรื่องการขยายการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์)ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ของประเทศด้วยเช่นกัน ทั้งในส่วนของมีสายโทรศัพท์และไม่มีสายโทรศัพท์ โดยแต่ละปีตั้งเป้าว่าจะมียอดผู้ใช้เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 3 แสนราย จากปัจจุบันมียอดผู้ใช้ 9 แสนราย ซึ่งจะพยายามเพิ่มยอดการใช้บรอดแบนด์ให้ได้เท่ากับเลขหมายโทรศัพท์พื้นฐานของทีโอทีที่ 3.6 ล้านเลขหมาย
อย่างไรก็ตาม ทีโอทีคาดการณ์ว่าจะมีกำไร 1,200 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากปีที่แล้วที่มีกำไร 5,000 ล้านบาท เนื่องจากเป็นปีที่ทีโอทีมีภาระค่าใช้จ่ายที่ค้างจ่ายมาหลายปี เช่น โครงการสร้างโครงข่ายโทรศัพท์มือถือ 3 จี การติดตั้งอุปกรณ์บรอดแบนด์ ส่วนงบลงทุนประจำปีอยู่ที่ 7,000 8,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพโครงข่ายโทรคมนาคมที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น







