
หุ้นสหรัฐฯปิดลบแรง
ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ ปิดที่ 11,823.55 จุด ลดลง 131.39 จุด ด้านแนสแดค ปิดที่ 2,539.31 จุด ลดลง 39.96 จุด
ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ ปิดที่ 11,823.55 จุด ลดลง 131.39 จุด ด้านแนสแดค ปิดที่ 2,539.31 จุด ลดลง 39.96 จุด
ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลดลงรุนแรงหลังจากที่นักลงทุนกลับมาวิตกกังวลกับสถานการณ์วิกฤตหนี้ในยุโรปมากขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อนักลงทุนต่างผิดหวังกับธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ที่ไม่ยอมเพิ่มปริมาณการซื้อคืนพันธบัตรจากประเทศที่กำลังมีปัญหาหนี้
นอกจากนั้นนักลงทุนต่างต้องการให้ธนาคารกลางยุโรปหั่นดอกเบี้ยลงมากกว่านี้ด้วย ทั้งๆที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อีซีบี เพิ่งจะลดดอกเบี้ยลงไปอีก 0.25% มาไม่นาน โดยดอกเบี้ยอยู่ที่ระดับ 1% เท่านั้น
นอกจากนั้น แม้ว่าท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะบอกว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังมีการเติบโตอยู่แต่เป็นไปอย่างเชื่องช้า แต่ทว่า ความเสี่ยงที่เศรษฐกิจสหรัฐที่จะได้รับผลกระทบจากวิกฤตในยุโรปนั้นก็มีอยู่สูงเช่นกัน
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับลดลง 131 จุด หรือ 1.1% ไปอยู่ที่ 11,823 จุด เอสแอนด์พี-500 ปรับลดลง 14% หรือ 1.1% ไปอยู่ที่ 1,212 จุด และ ดัชนีแนสแดก ปรับลดลง 40 จุด หรือ 1.5% ไปอยู่ที่ 2,539 จุด
ด้านราคาทองคำในตลาดโลกร่วงหล่นลงอย่างรุนแรงเมื่อคืนที่ผ่านมา เป็นการปรับตัวลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าเงินยูโรของยุโรปอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องและนักลงทุนแห่กันเข้าซื้อเงินดอลลาร์ทำให้เกิดภาวการณ์ขาดเงินดอลลาร์ขึ้นในตลาด
ราคาทองคำงวดส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ในตลาดสหรัฐตกลงถึง 76.20 เหรียญเมื่อคืนที่ผ่านมา หรือคิดเป็น 4.6% มาอยู่ที่ 1,586.90 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกันยายนที่ทองคำหล่นจากระดับ 1,600 เหรียญด้วย
ทั้งนี้ กระแสความวิตกต่อสภาพเศรษฐกิจโลกที่ไม่สู้ดีนักทำให้เกิดความวิตกกันว่า ความต้องการน้ำมันในอนาคตจะลดลงจากเดิม และทำให้ตลาดโลหะอื่นๆร่วงตามไปด้วยเช่นกัน
อย่างเช่นราคาทองคำ ปรับลดลง 2.325 ดอลลาร์หรือ 7.4% ทีเดียว ไปปิดที่ 28.932 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนทองแดง ลงไป 16.3 เซนต์ หรือ 4.7% ไปปิดที่ 3.2785 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และ แพลตตินัม ลดลง 66 เหรียญ ไปปิดที่ 1,426.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันเมื่อคืนที่ผ่านมา ปรับลดค่อนข้างรุนแรงถึง 5.19 เหรียญสหรัฐ ไปปิดที่ 94.95 เหรียญหรัฐต่อบาเรลล์ เช่นกัน







