
จี้รัฐแจงแผนเยียวยาอุตฯ
กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ส่งสัญญาณมาตรการไม่ชัดนัดถก14ธ.ค.
กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ส่งสัญญาณมาตรการไม่ชัดนัดถก14ธ.ค.
กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เตรียมถกผลกระทบจากน้ำท่วม เร่งรัฐรีบชี้แจงมาตรการช่วยเหลือ
นายกฤษดา ทรัพย์ทวยชน เลขาธิการกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า สมาชิกกลุ่ม 40-50 ราย จะประชุมหารือร่วมกันเพื่อประเมินสถานการณ์และหารือถึงผลกระทบในภาพรวมของอุตสาหกรรมอิเล็ก ทรอนิกส์ในวันที่ 14 ธ.ค. โดยจะรวบรวมมาตรการที่ต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐ เพื่อยื่นเสนอต่อรัฐบาล
แนวทางที่ต้องการให้รัฐบาลดำเนินการอย่างเร่งด่วน ได้แก่ การเข้าไปเจรจากับผู้ประกอบการ และไปให้ข้อมูลที่ชัดเจนแท้จริงกับผู้ประกอบการว่ารัฐบาลมีแนวทางช่วยเหลือย่างไรบ้าง เพราะขณะนี้บางมาตรการเอกชนยังไม่รับทราบรายละเอียดโดยชัดเจน เนื่องจากตอนนี้ทุกคนอยู่ระหว่างเข้าไปฟื้นฟูโรงงานให้กลับมาเดินเครื่องได้อย่างเร็วที่สุด รัฐบาลจึงต้องเร่งทำความเข้าใจ เพื่อผู้ประกอบการจะได้วางแผนทำธุรกิจต่อไปในอนาคตด้วย หากมีมาตรการออกมาจะช่วยให้ธุรกิจฟื้นภายในเวลาเท่าไหร่ เพื่อไปแจ้งต่อลูกค้าด้วยเช่นกัน
“นอกจากผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมต้องการทราบแนวทางและแผนของรัฐบาลแล้ว ลูกค้าก็รอดูอยู่เช่นเดียวกัน เพราะต้องการนำไปประเมินว่าควรจะกระจายความเสี่ยงไปสั่งซื้อสินค้าจากที่อื่นหรือไม่ ขณะที่โรงงานในเมืองไทยยังผลิตสินค้าไม่ได้ ลูกค้าบางส่วนก็ไปซื้อสินค้าจากที่อื่นแทนอยู่แล้ว แต่จะกลับมาซื้อจากไทยอีกหรือไม่ คงต้องขึ้นอยู่กับมาตรการฟื้นฟูที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่น” นายกฤษดา กล่าว
สำหรับยอดการส่งออกสินค้าในปีนี้ เชื่อว่าภาพรวมจะยังคงเติบโตอยู่ในระดับ 10% เนื่องจากในช่วงต้นปีมีความต้องการสินค้าค่อนข้างมาก แต่ในไตรมาส 4 การส่งออกจะตกลงมากประมาณ 20-30% จากเหตุการณ์น้ำท่วมที่ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถผลิตสินค้าได้ตามคำสั่งซื้อ โดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์จะได้รับผลกระทบมากกว่ากลุ่มไฟฟ้า
ขณะที่สถานการณ์ในปีหน้า ไตรมาสแรกโรงงานอุตสาหกรรมที่ถูกน้ำท่วมน่าจะเริ่มฟื้นกิจการกลับมาผลิตได้อีกครั้ง แต่อาจจะยังไม่สามารถเดินเครื่องได้เต็ม 100% และจะเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ภายในเดือน มี.ค. ซึ่งตอนนี้ก็มีโรงงานจำนวนหนึ่งที่มีการย้ายการผลิตชั่วคราวไปยังนิคมอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เช่น นิคมฯ อมตะ
อย่างไรก็ตาม ยังมีอุปสรรคใหญ่ต่อผู้ประกอบการอยู่ คือ ปัญหาการฟื้นฟูกิจการและการปรับขึ้นค่าจ้าง 300 บาทต่อวัน ซึ่งจะยิ่งเป็นภาระของผู้ประกอบการ ดังนั้นรัฐบาลจึงน่าจะช่วยผ่อนปรนหรือยืดระยะเวลาออกไปอีก







