posttoday
ทิศทางแสวงหาโอกาสจาก AEC

ทิศทางแสวงหาโอกาสจาก AEC

12 ธันวาคม 2554

อาเซียนจะก้าวไปสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)

อาเซียนจะก้าวไปสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)

โดย..ยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์ 

ในปี 2558 หรืออีกเพียงแค่ 3 ปีข้างหน้า จะส่งผลให้อาเซียนเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน การกำหนดมาตรฐานเดียวกัน ลดมาตรการกีดกันการค้าที่ไม่ใช่ภาษีอากร รวมถึงจะมีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน เงินทุน และแรงงานฝีมืออย่างเสรี

การเปลี่ยนแปลงข้างต้นทำให้อาเซียนกลายเป็นตลาดภายในประเทศของไทย หากมองในแง่ประชากรแล้ว นับเป็นการขยายตลาดการค้าการลงทุนมากถึง 9 เท่าตัว จากเดิมเป็นตลาดประเทศไทยซึ่งมีประชากรเพียง 65 ล้านคน จะเพิ่มขึ้นเป็น 590 ล้านคน และหากมองในแง่ตัวเงินแล้ว เพิ่มขึ้นเกือบ 6 เท่า จากเดิมเศรษฐกิจไทยมีขนาด 320 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2553 หรือ 0.51% ของ GDP ของโลก จะเพิ่มขึ้นเป็น 1,843 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2.9% ของ GDP ของโลก

จากตลาดขนาดใหญ่โตขึ้น ได้สร้างโอกาสทางธุรกิจมีมากมายมหาศาลสำหรับผู้ที่เตรียมความพร้อม โดยประเด็นสำคัญ คือ เราจะใช้ประโยชน์จากโอกาสทองนี้ได้มากน้อยเพียงใด ทั้งนี้ ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ได้กล่าวว่า หลุมพรางที่อันตรายที่สุดคือ การตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าเราสายเกินไปแล้วที่จะไขว่คว้าหาประโยชน์จาก AEC

สำหรับเตรียมความพร้อมนั้น จะมีขั้นตอนดำเนินการหลายประการ

ประการแรก ต้องการศึกษาเชิงลึกถึงโอกาสทางธุรกิจ โดยเฉพาะในประเทศเพื่อนบ้านที่มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์และพร้อมเปิดรับการลงทุนจากต่างชาติ เช่น ไฟฟ้าพลังน้ำในลาว เหมืองถ่านหินในอินโดนีเซีย ฯลฯ

ประการที่สอง ดำเนินการตามตำราพิชัยสงครามซุนวู สอนไว้ว่า “ต้องรู้เขารู้เรา” โดยต้องศึกษาความสามารถในการแข่งขันของตนเองเปรียบเทียบกับของคู่แข่งสำคัญ เป็นต้นว่า เครือ SCG ได้ศึกษาเปรียบเทียบว่าตนเองมีกำลังผลิตมากเป็นอันดับ 1 ของอาเซียน ในอุตสาหกรรม 3 สาขา คือ ปิโตรเคมีขั้นปลายน้ำ วัสดุก่อสร้าง บรรจุภัณฑ์กระดาษ และเป็นอันดับ 2 ในด้านปูนซีเมนต์ จากนั้นจะต้องพยายามติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวของคู่แข่งทุกย่างก้าว

ประการที่สาม เร่งพัฒนาจุดแข็ง แก้ไขจุดอ่อน และเพิ่มขีดความสามารถให้เหนือกว่าคู่แข่ง รวมถึงเตรียมความพร้อมเพื่อแสวงหาประโยชน์จาก AEC เป็นต้นว่า เครือ SCG ประสบปัญหาว่าบุคลิกลักษณะของคนไทยมักชอบอยู่ประเทศไทย ไม่ชอบออกไปทำงานในต่างประเทศ ต้องพยายามแก้ไขจุดอ่อนสำคัญนี้โดยประกาศนโยบายว่าอาเซียน คือ บ้านของเรา การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังโฮจิมินห์นั้น ความจริงแล้วไม่ได้ไกลอย่างที่คิด ระยะทางพอๆ กับไปหาดใหญ่ โดยปัจจุบันเครือ SCG มีพนักงานทั้งหมด 35,000 คน โดยทำอยู่ในประเทศอื่นๆ ในอาเซียนนอกเหนือจากประเทศไทย 6,500 คน โดยในจำนวนนี้เป็นคนไทยเพียง 223 คน

ประการที่สี่ ต้องตั้งวิสัยทัศน์เกี่ยวกับ AEC อย่างชัดเจน เช่น เครือ SCG ได้กำหนดเป้าหมาย 5 ปีข้างหน้า จะมีสินทรัพย์ในประเทศอาเซียนอื่นๆ เป็นสัดส่วน 20% ของสินทรัพย์ทั้งหมด สำหรับสินค้าเป้าหมายต้องมียอดขายหรือกำลังผลิตเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน พร้อมกับเสริมสร้างให้แบรนด์ SCG เป็นผู้นำในอาเซียน เพื่อเสริมสร้างความสามารถอย่างยั่งยืน โดยแข่งขันในด้านคุณภาพ ไม่ได้แข่งขันในด้านราคา

ขณะที่ธนาคาร CIMB ของมาเลเซีย ได้กำหนดวิสัยทัศน์ว่า “เป็นธนาคารที่ให้บริการทางการเงินแบบครบวงจร (Universal Bank) ที่มีมูลค่าสูงสุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำหนด Corporate Theme สำหรับปี 2554 ว่า “Think ASEAN”

ส่วนธนาคาร CIMB Thai ซึ่งเป็นบริษัทลูกของธนาคาร CIMB ของมาเลเซีย ก็ได้กำหนดวิสัยทัศน์ในทำนองเดียวกันว่า “เป็นธนาคารชั้นนำของไทยในอาเซียนเพื่อผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน” พร้อมกับกำหนดพันธกิจว่า “มุ่งสู่การเป็นธนาคารชั้นนำของไทยในอาเซียน ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมทางการเงิน พร้อมบริการที่เป็นเลิศให้แก่ลูกค้าอย่างไร้พรมแดน โดยการผสานจุดแข็งกับกลุ่มการเงินซีไอเอ็มบี”

ประการที่ห้า กำหนดกลยุทธ์เชิงรุกอย่างชัดเจน กรณีของเครือ SCG กำหนดเน้นลงทุนใน 3 ประเทศเป็นอันดับแรก คือ อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ สำหรับประเทศที่สนใจลงทุนรองลงมา คือ กัมพูชาและพม่า พร้อมกับมุ่งเน้นการลงทุนในรูปแบบ M&A หรือซื้อกิจการเป็นหลัก เนื่องจากดำเนินการได้รวดเร็วทันเหตุการณ์ แตกต่างจากก่อสร้างโรงงานใหม่ในลักษณะ Green Field ซึ่งขยายธุรกิจได้ช้ากว่า โดยเครือ SCG มั่นใจว่าเข้มแข็งทางการเงินเพียงพอที่จะขยายธุรกิจในรูปแบบ M&A เนื่องจากมีสัดส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้นระดับต่ำ คือ ต่ำกว่า 1

หากเตรียมความพร้อมอย่างดีแล้ว AEC ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด จะเป็นโอกาสสำคัญในการขยายธุรกิจเพื่อเป็นก้าวสำคัญไปสู่การเป็นบริษัทชั้นนำในภูมิภาค

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ