posttoday
โพลนักธุรกิจมองศก.ไทยปี55โต3-4%

โพลนักธุรกิจมองศก.ไทยปี55โต3-4%

11 ธันวาคม 2554

ม.หอการค้าเผยโพลนักธุรกิจมองศก.ไทยปี55โต3-4% เหตุปัญหาการเมือง-น้ำท่วม ห่วงทุจริตงบซ่อมถนน-สะพาน

ม.หอการค้าเผยโพลนักธุรกิจมองศก.ไทยปี55โต3-4% เหตุปัญหาการเมือง-น้ำท่วม ห่วงทุจริตงบซ่อมถนน-สะพาน

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวนการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ศูนย์ฯได้ทำการสำรวจนักธุรกิจที่เข้าร่วมสัมมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 29 จ.ระยอง จำนวน 420 ตัวอย่าง เพื่อสอบถามมุมมองสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันพบว่าส่วนใหญ่เห็นว่าเศรษฐกิจไทยปี 2555 จะขยายตัวได้ในระดับ 3.1-4% เท่านั้น โดยส่วนใหญ่ตอบว่าปัญหาที่จะกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในปีหน้ามากมาจากสถานการณ์การเมือง รองลงมาเป็นความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ปัญหาคอร์รัปชั่น และปัญหาน้ำท่วม

โพลนักธุรกิจมองศก.ไทยปี55โต3-4% ธนวรรธน์

ทั้งนี้ เมื่อสอบถามทัศนะคติต่อปัญหาน้ำท่วม ส่วนใหญ่ตอบว่าน้ำท่วมที่เกิดขึ้นได้กระทบต่อธุรกิจโดยรวมและ เศรษฐกิจประเทศมาก ซึ่งก่อให้เกิดหนี้ในระบบและหนี้นอกระบบที่นำมาใช้ในการฟื้นฟูเยียวยาน้ำท่วมมากขึ้น และเมื่อสอบถามว่าธุรกิจของท่านได้รับผลกระทบหรือไม่ ส่วนใหญ่ตอบได้รับ โดยได้รับผลกระทบทางตรงสัดส่วน 28.2% ที่เหลือเป็นผลกระทบทางอ้อม คือ ประชาชนในพื้นที่ลดการบริโภคลง ปลายทางซื้อสินค้าลดลง และขาดแหล่งวัตถุดิบผลิตสินค้า ซึ่งกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ตอบระยะเวลาในการฟื้นตัวของธุรกิจหลังน้ำท่วมจะใช้เวลา 6 เดือนขึ้นไป

อย่างไรก็ตาม ได้มีการสอบถามถึงประเด็นที่ประเทศไทยควรมีการจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมเพื่อใช้ในการป้องกันน้ำท่วมหรือไม่ ส่วนใหญ่ตอบว่าไม่เห็นด้วย 58.8% ที่เหลือ 41.2% ตอบว่าควรมีการจัดเก็บ โดยลักษณะการจัดเก็บส่วนใหญ่เห็นว่าควรเก็บทุกพื้นที่ โดยกำหนดวงเงินแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน รองลงมาคือให้จัดเก็บทุกพื้นที่ตามวงเงินทรัพย์สิน มีการจัดเก็บทุกพื้นที่ในอัตราเท่ากัน และจัดเก็บเฉพาะจังหวัดที่น้ำท่วม ซึ่งส่วนใหญ่ยินดีที่จะจ่ายภาษีด้วยวงเงินสูงสุดมากกว่า 2,000 บาท/ราย เพราะเชื่อว่าจะทำให้เกิดความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจต่อการลงทุนน้ำที่เกิดขึ้นในอนาคต และหากภาครัฐทำแผนการจัดเก็บภาษีที่ชัดเจนมีรายละเอียด ผู้ที่ตอบไม่เห็นด้วยจะสนับสนุนให้มีการจัดเก็บภาษีเพิ่มมากขึ้น

สำหรับการลงทุนขนาดใหญ่ที่ต้องการให้ทำเพื่อจัดการน้ำนั้น ส่วนใหญ่เห็นว่าให้มีการทำทางระบายน้ำ (ฟลัดเวย์) มากสุด รองลงมาลงทุนทำโครงการกักน้ำเพื่อการเกษตร และลงทุนเส้นทางขนส่งทางน้ำ ส่วนสิ่งที่ต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือหลังผ่านพ้นภัยธรรมชาติ คือสร้างความเชื่อมั่นเกี่ยวกับน้ำ ฟื้นฟูอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม แก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างเร่งด่วน และเร่งรัดเงินชดเชย เมื่อถามถึงนโยบายที่รัฐบาลช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจากวงเงิน 1.3 แสนล้านบาท และวงเงินสินเชื่อ 3 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่ตอบว่าไม่เพียงพอต้องการให้รัฐบาลเพิ่มวงเงิน ส่วนการฟื้นตัวกลับมาของภาวะเศรษฐกิจไทย ส่วนใหญ่มองว่าอยู่ในช่วงไตรมาส 3 ปีหน้า

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ผลสำรวจครั้งนี้ได้สอบถามทัศนะต่อปัญหาคอร์รัปชั่น โดยภาคธุรกิจส่วนใหญ่มองว่าสถานการณ์ทุจริตในปัจจุบันเพิ่มขึ้นมากกว่าในอดีต และมีผลแง่ลบต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการมาก ซึ่งเห็นว่าหากปัญหาคอร์รัปชั่นไม่มีการแก้ไขอย่างจริงจังภายใน 1 ปี การคอร์รัปชั่นจะเพิ่มขึ้น โดยส่วนใหญ่เห็นว่าหากผู้ประกอบการเจอปัญหาคอร์รัปชั่นพร้อมที่จะแจ้งหน่วยงานป้องกันและปราบปรามมากสุด ทั้งนี้ภาคธุรกิจเป็นห่วงการใช้งบประมาณของรัฐ เพื่อฟื้นฟูประเทศหลังน้ำท่วมมากสุด โดยเป็นห่วงงบซ่อมแซมถนนสะพานจะมีโอกาสารเกิดคอร์รัปชั่นมากสุด ซึ่งภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่นจะช่วยแก้ไขปัญหาได้ปานกลาง ควรมีจังหวัดเข้ามาร่วมขับเคลื่อนต่อต้านคอร์รัปชั่นด้วย เพราะเชื่อว่าปัญหาคอร์รัปชั่นหากได้รับการแก้ไขจริงจังจะสามารถเห็นผลเป็นรูปธรรมได้ภายใน 6-10 ปี

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ