
ชี้รง.นิคมอุตฯภาคกลางชะลอลงทุน30%
ประธานสภาอุตสาหกรรมกรุงเก่า เผยโรงงานส่อชะลอการลงทุน 30% เหตุยังไม่แน่ใจแผนป้องกันน้ำท่วมของรัฐบาล
ประธานสภาอุตสาหกรรมกรุงเก่า เผยโรงงานส่อชะลอการลงทุน 30% เหตุยังไม่แน่ใจแผนป้องกันน้ำท่วมของรัฐบาล
นายพากร วังศิราบัตร ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ผลการประชุมสภาอุตสาหกรรมจังหวัดฯ ล่าสุดซึ่งผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรม จากนิคมอุตสาหกรรม 5 แห่งที่ถูกน้ำท่วม ประกอบด้วย นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนครนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ นิคมอุตสาหกรรมไฮเธค นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน และนิคมอุตสาหกรรมแฟคทอรี่แลนด์ ซึ่งผู้ประกอบการใน 5 นิคมฯดังกล่าวยังคงกังวลที่น้ำจะท่วมอีกในปี 55 หรือไม่และต้องการให้เจ้าของนิคมฯและรัฐบาลออกมายืนยันและดำเนินการให้ชัดเจนในแผนงานและมาตรการว่าจะไม่มีน้ำท่วมอีกในอนาคตตั้งแต่ปี55 เป็นต้นไป ทำให้ผู้ประกอบการโรงงานส่วนใหญ่เริ่มชะลอการลงทุนหรือซึ่งคิดเป็น30% ที่ได้ชะลอการลงทุนไป
"ที่ผ่านมารัฐบาลเพียงออกมาพูดยืนยันเท่านั้น แต่การกระทำให้เป็นรูปธรรมกับนิคมต่างๆ ยังไม่เกิดขึ้นเลยยิ่งไปกว่านั้นกรณีที่มีกระแสข่าวรัฐบาลญี่ปุ่นจะไม่ให้การช่วยเหลือไทยในการสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมนิคมฯตามที่มีกระแสข่าวรัฐบาลไทยประสานงานผ่านไปทางไจก้าเพื่อขอรับการช่วยเหลือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เจ้าของโรงงานกังวลใจเพิ่มเป็นสองเท่า"นายพากร กล่าว
นอกจากนี้ พบว่าแนวโน้มในการเลิกจ้างพนักงานโรงงานในนิคมฯ มีเพิ่มมากขึ้นซึ่งมีโรงงานบางแห่งในสวนอุตสาหกรรมโรจนะย้ายฐานการผลิตไปประเทศโปแลนด์บ้างแล้ว และประเทศเพื่อนบ้านของไทยก็เป็นเป้าหมายสำคัญเช่นกันที่นักลงทุนเจ้าของโรงงานในนิคมฯ ต่างๆและถูกน้ำท่วมกำลังจะย้ายฐานการผลิตไปตั้งที่ประเทศเพื่อนบ้านหรือในเอเซียเช่นกัน ดังนั้นรัฐบาลที่จะต้องออกมาสร้างความเชื่อมั่นแล้วคิดว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมชลประทานจะต้องออกมาชี้แจงแผนบริหารจัดการน้ำในปี 55 และในอนาคตว่าจะมีหลักการบริหารจัดการน้ำอย่างไร จะมีมวลน้ำเท่าใดเส้นทางน้ำไหลทางใด ระดับน้ำสูงเท่าใด ไหลผ่านเวลาเท่าใดซึ่งถือเป็นฐานข้อมูลที่สำคัญในระบบแจ้งเตือนภัยซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยมีเคยมีข้อมูลแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าแบบนี้มีแต่แจ้งเฉพาะหน้า หรือแจ้งเมื่อน้ำไหลมาถึงในโรงงานแล้ว







