
เริ่มรีดเงินเบนซิน-ดีเซลโปะกองทุนน้ำมัน16ม.ค.
“พิชัย” ยันทยอยรีดเงินเบนซิน-ดีเซล 16 ม.ค. ปีหน้าโปะกองทุนน้ำมันหลังติดลบแล้ว 1.2 หมื่นล้าน
“พิชัย” ยันทยอยรีดเงินเบนซิน-ดีเซล 16 ม.ค. ปีหน้าโปะกองทุนน้ำมันหลังติดลบแล้ว 1.2 หมื่นล้าน
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลัง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.)ว่า กระทวงพลังงานไม่มีการทบทวนนโยบายการเรียกเก็บเงินคืนเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ในส่วนของเบนซิน แก๊สโซฮอล์ และดีเซล โดยจะเริ่มทยอยเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค. 2555 ตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.)ที่ได้กำหนดไว้แล้ว
ทั้งนี้แม้ว่าผู้ใช้น้ำมันจะประสบกับวิกฤตน้ำท่วมและอยู่ในช่วงของการฟื้นฟูเยียวยาก็ตาม เนื่องจากต้องคำนึงถึงฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาได้ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการดูแลราคาพลังงานมาโดยตลอด และปัจจุบันฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงล่าสุด (7 ธ.ค.2554)กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีกระแสเงินสดอยู่ที่ 6,048 ล้านบาท แต่มีภาระหนี้สินรวม 1.81 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้กองทุนน้ำมันฯติดลบอยู่ 1.21 หมื่นล้านบาท โดมีเงินไหลเข้าเดือนละ 728 ล้านบาท แต่มีรายจ่ายเดือนละ 3,398 ล้านบาท ส่งผลให้กองทุนน้ำมันฯติดลบเดือนละ 2,671 ล้านบาท
สำหรับแผนการเรียกเก็บเงินคืนกองทุนน้ำมันฯ จะทยอยปรับเพิ่มอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ของน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ เดือนละ 1 บาท/ลิตร ตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค. 2555 เป็นต้นไป ในขณะที่ดีเซลปรับเพิ่มอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ 60 ส.ต. /ลิตร จากปัจจุบันเบนซิน95 และเบนซิน 91 และดีเซลไม่ได้มีการเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯแต่อย่างใด ถือว่าประชาชนได้ใช้น้ำมันราคาถูกมาระยะหนึ่งแล้ว และต้องการให้กองทุนน้ำมันฯ กลับมามีสถานะเป็นบวก และสามารถมีเงินเก็บไว้สำหรับชดเชยราคาพลังงานประเภทต่างๆ ในช่วงที่ราคาสูงขึ้น
ด้านแผนกู้เงินเสริมสภาพคล่องให้กับกองทุนน้ำมันฯ นั้น เบื้องต้นกำหนดวงเงินไว้ 1 หมื่นล้านบาท จากกรอบวงเงินเดิมที่กำหนดไว้ 2 หมื่น ล้านบาท แต่จะมีการกู้เงินเต็มวงเงิน หรือไม่นั้น คงต้องรอดูสถานการณ์ราคาน้ำมัน ตลอดจนเงินหมุนเวียนของกองทุนน้ำมันฯในระยะต่อไปด้วย
นายพิชัย กล่าวว่าที่ประชุม กบง. เห็นชอบโครงการฟื้นฟูสถานประกอบการสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง โดยจะช่วยสนับสนุนวงเงินสินเชื่อวงเงิน 600 ล้านบาท ผ่านธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย(ธพว.)หรือเอสเอ็มอี แบงก์ ให้กับผู้ประกอบการสถานีน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม
“กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างการเจรจากับกระทรวงการคลังเพื่อขอลดอัตราดอกเบี้ยลงจาก 8% เหลือ 6-7% โดยกระทรวงพลังงานจะช่วยสนับสนุนส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่เกินจากอัตรา 3% ระยะเวลา 6 ปี ซึ่งจะใช้เงินจากกองทุนน้ำมันฯประมาณ 180 ล้านบาทมาช่วย”นายพิชัย กล่าว
ทั้งนี้ มีสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทั้งหมดกว่า 1,000 แห่ง ซึ่งขณะนี้มีสถานีบริการน้ำมันอีกประมาณ 200 แห่งที่ยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้ ซึ่งขั้นตอนการให้สินเชื่อ ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจะต้องมายื่นคำร้องได้ที่กระทรวงพลังงาน หลังจากนั้นกระทรวงจะประสานไปยัง ธพว.ให้ เพื่อให้ ธพว.ประเมินความเสียหายและวงเงินสินเชื่อต่อรายไป







