
อุตฯใช้BOIแฟร์ฟื้นเชื่อมั่นนักลงทุน
ใช้บีโอไอแฟร์เรียกความเชื่อมั่นนักลงทุน เชิญซีอีโอบริษัทชั้นนำทั่วโลกมาชี้แจงแผนป้องกันน้ำท่วมระยะยาว
ใช้บีโอไอแฟร์เรียกความเชื่อมั่นนักลงทุน เชิญซีอีโอบริษัทชั้นนำทั่วโลกมาชี้แจงแผนป้องกันน้ำท่วมระยะยาว
น.พ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การจัดงานนิทรรศกาลบีโอไอแฟร์ 2011 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 5-20 ม.ค.2555 เมืองทองธานี จากเดิมที่กำหนดจัดวันที่ 10 – 25 ธ.ค.2554 เชื่อว่านอกจากจะเป็นการจัดแสดงเทคโนโลยีที่สำคัญแล้ว งานดังกล่าวจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนอย่างมาก หลังจากที่ประเทศไทยประสบเหตุการณ์น้ำท่วม และมีนักลงทุนจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมในครั้งนี้ ซึ่งงานดังกล่าวจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยให้ดีขึ้น และแสดงศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมไทย
ทั้งนี้ ภายในงานจะมีการจัดกิจกรรมเชิญผู้บริหารระดับสูง (ซีอีโอ) ของบริษัทชั้นนำต่างๆ ทั่วโลก ทั้งที่ลงทุนอยู่ในเมืองไทย และไม่ได้ลงทุนในเมืองไทย มาร่วมงานสัมมนาเพื่อชี้แจงแผนป้องกันน้ำท่วมระยะยาวของไทยให้แก่นักธุรกิจรับทราบ และหารือถึงแนวโน้มเศรษฐกิจโลกในปีหน้าที่จะส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมของไทย โดยงานสัมมนาดังกล่าวจะจัดขึ้นในวันที่ 16-17 ม.ค. ซึ่งกิจกรรมนี้จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนอีกช่องทางหนึ่ง
นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า จากเหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อพื้นที่การจัดงานแต่อย่างใด ซึ่งความคืบหน้าในการก่อสร้างในส่วนของพาวิลเลี่ยนกลางแจ้งมีความคืบหน้าไปกว่า 70% แล้ว โดยการก่อสร้างได้หยุดไปประมาณ 4 สัปดาห์ และตั้งแต่วันที่ 21 พ.ย. ก็ได้อนุญาตให้ผู้ประกอบการเข้าไปก่อสร้างพาวิลเลี่ยนต่อได้
สำหรับแนวคิดในการจัดงานทางบีโอไอได้มีการปรับเปลี่ยนจากเดิมที่ใช้แนวคิด “โลกสดใส ไทยยั่งยืน” เป็น “รวมพลังงานน้ำใจไทย โลกสดใส ไทยยั่งยืน” เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และช่วยฟื้นฟูกำลังใจใหแก่ผุ้ประสบภัย และกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของผู้มาร่วมงาน
“บีโอไอมั่นใจว่างานบีโอไอแฟร์ จะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ของประเทศให้ดีขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการลงทุน ท่องเที่ยว และการพัฒนาเศรษฐกิจ” นางอรรชกา กล่าว
นางสาวชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานกรรมการบริษัทไทยซัมมิท กรุ๊ป กล่าวว่า เหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้คงไม่กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน เนื่องจากการลงทุนที่มีอยู่ในเมืองไทยมีอยู่ทั้งซัพพลายเชน การปิดโรงงานแล้วย้ายไปผลิตที่อื่นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ในระยะยาวไทยจำเป็นต้องมีแผนการแก้ปัญหาอย่างชัดเจน เพราะในครั้งนี้ถือเป็นปัญหาครั้งแรกที่เกิดขึ้น สามารถให้อภัยได้ แต่ถ้ามีครั้งต่อๆไปก็จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนอย่างแน่นอน
สำหรับบริษัทไทยซัมมิท ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกันแม้ว่าโรงงานจะไม่ได้ถูกน้ำท่วมโดยในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา คำสั่งซื้อหายไปกว่า 40% แต่เชื่อว่าในเดือนธ.ค.และม.ค.คำสั่งซื้อจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยในปีหน้าเชื่อว่าในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์จะยังโตได้อยู่ในระดับ 10-20% เนื่องจากจะยังมีรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล (อีโคคาร์) เตรียมออกมาอีกหลายรุ่น และการส่งออกก็ยังพอไปได้







