posttoday
เดอะมอลล์เปลี่ยนแผน

เดอะมอลล์เปลี่ยนแผน

07 ธันวาคม 2554

เลิกใช้ดารา-เซเลบฯชั่วคราวหันลดราคา-จับรางวัลใหญ่

เลิกใช้ดารา-เซเลบฯชั่วคราวหันลดราคา-จับรางวัลใหญ่

เดอะมอลล์ งดอีเวนต์ตลาดผ่านดาราคนดังนาน 2 เดือน หลังน้ำลด พร้อมทุ่มกว่า 400 ล้านบาท อัดแคมเปญยาวปีใหม่-ตรุษจีน หวังสิ้นปีนี้ยอดขาย4.4หมื่นล้านบาท

นายชำนาญ เมธปรีชากุล ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป ผู้บริหารศูนย์การค้าเดอะมอลล์ ดิ เอ็มโพเรียม และสยามพารากอน เปิดเผยว่า แนวทางการทำตลาดของศูนย์การค้าในกลุ่มเดอะมอลล์ช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองปีนี้ บริษัทมุ่งให้ความสำคัญในกลยุทธ์ “ฟังก์ชันนัล มาร์เก็ตติง” ที่สอดคล้องกับอารมณ์และบรรยากาศของผู้บริโภคทั่วไป ซึ่งอยู่ในในจังหวะเดียวกับการฟื้นฟูสถานที่ต่างๆ ในช่วงหลังน้ำลด ที่จะให้ความสำคัญในการจับจ่ายซื้อสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน หรือเพื่อการซ่อมแซมมากกว่า

ทั้งนี้ บริษัทได้ปรับรูปแบบการทำตลาดจากปีก่อนที่ใช้ เซเลบริตี หรือดารานักแสดงต่างๆ มามีส่วนร่วมในกิจกรรมแคมเปญการตลาด โดยในปีนี้ผู้บริโภคอาจไม่มีอารมณ์ร่วม เนื่องจากภาวะวิกฤตน้ำท่วม ทำให้บริษัทได้ปรับรูปแบบการทำตลาดในเดือน ธ.ค. 2554-ก.พ. 2555 พร้อมงดใช้ผู้มีชื่อเสียง หรือดารานักแสดง ร่วมกับกิจกรรมการตลาด และอีเวนต์ต่างๆ แต่จะไม่ตัดงบด้านการตลาดและโฆษณา

ล่าสุด บริษัทใช้งบกว่า 400 ล้านบาท จัดกิจกรรมการตลาดในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่ ภายใต้ “มู้ด แอนด์ โทน ของแชริงและกิฟวิง” ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค. 2554-5 ก.พ. 2555 ภายใต้ชื่อแคมเปญ “ซีซัน ออฟ แชริง” ที่จะครอบคลุมเทศกาลตรุษจีนในปีหน้าที่ตรงกับวันที่ 23 ม.ค. เพื่อให้ผู้บริโภคร่วมลุ้นรางวัลใหญ่แห่งปี และการแลกรับคูปองส่วนลดต่างๆ พร้อมร่วมกับกลุ่มฮาริสัน มอบคอนโดมิเนียม Santorini หัวหิน มูลค่า 12.5 ล้านบาท สำหรับลูกค้าทั้ง 3 ศูนย์ รวมถึงรถยนต์ซูบารุ เลกาซี วากอน มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท ฯลฯ

“ในปีนี้บริษัท ต้องการให้รางวัลใหญ่จากการจัดแคมเปญโปรโมชัน เข้าถึงความต้องการของลูกค้ามากที่สุดสอดคล้องกับภัยน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในช่วงผ่านมา ทั้งความต้องการที่พักคอนโดฯ มากขึ้นเพื่อรองรับในอนาคต หรือ รถยนต์คันใหม่ทดแทนคันเดิมที่เสียหาย” นายชำนาญ กล่าว

นอกจากนี้ ใช้งบ 30 ล้านบาท จัดกิจกรรม “มิดไนต์ เซลส์” ระหว่างวันที่ 6-12 ธ.ค. จากปกติที่เคยจัดวันที่ 22 พ.ย. เพื่อกระตุ้นบรรยากาศการจับจ่ายขาย โดยเฉพาะการซื้อสินค้าจำเป็นที่ขาดหายไปช่วงอุทกภัย ซึ่งคาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 900 ล้านบาท

กิจกรรมการตลาดอื่นๆ จะเริ่มทยอยกลับมาในช่วงปีใหม่ รวมถึงกระเช้าปีใหม่ โดยคาดว่ายอดขายในช่วงกลางเดือน ธ.ค.ปีนี้ถึงเดือน ก.พ.ปีหน้า อยู่ที่ 7,700 ล้านบาท ส่วนยอดขายในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทปิดให้บริการเดอะมอลล์ สาขา บางแค ไปเกือบ 1เดือนที่ผ่านมา รวมถึงบรรยากาศการจับจ่ายในภาพรวมที่ไม่คักคักมากนัก ส่งผลให้ยอดขายหายไปราว 400-500 ล้านบาท อย่างไรก็ตามจากผลการดำเนินธุรกิจที่เติบโตดีในช่วงต้นปีที่ผ่าน ระหว่างเดือนม.ค.พ.ย.54 บริษัทมียอดขายเติบโต 10% และคาดว่าในสิ้นปีนี้ จะปิดรายได้ที่ 4.3-4.4 หมื่นล้านบาท หรือเติบโต 8% สูงกว่าเป้าเดิมที่วางไว้ 3-5% และตั้งเป้าการปีหน้าเติบโต 4-5%

 

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน