
แก้เกมเปิดเสรี‘เบี้ยน้ำท่วม’
ล่อใจประกันต่อหน้าใหม่เข้าไทยมั่นใจตลาดทำให้ราคาเป็นธรรม
ล่อใจประกันต่อหน้าใหม่เข้าไทยมั่นใจตลาดทำให้ราคาเป็นธรรม
คปภ.เผยเปิดเสรีเบี้ยประกันภัยน้ำท่วมดึงต่างชาติเข้ามาแข่งขัน มั่นใจกลไกตลาดจะทำให้เกิดความเป็นธรรม ประชาชนได้ประโยชน์
นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า วิธีการที่ประชาชนจะได้ประโยชน์สูงสุดหลังจากนี้คือ เปิดให้มีการแข่งขันราคาเบี้ยประกันภัยน้ำท่วมได้อย่างเสรี ทาง คปภ.เชื่อในหลักการนั้น จึงพยายามจะเพิ่มความยืดหยุ่นเรื่องเบี้ยประกันภัย เพื่อดึงบริษัทประกันภัยต่างประเทศเข้ามารับประกันภัยต่อน้ำท่วมในไทยจำนวนมาก จะทำให้มีการแข่งขันมาก สาธารณชนจะได้ประโยชน์ควบคู่ไปกับการดูแลเพื่อให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรม
เลขาธิการ คปภ.เชื่อว่า กลไกการตลาดจะเกิดการแข่งขันอัตโนมัติ ส่วน คปภ.จะดูภาพรวมกว้างๆ และพิจารณาเพื่อความยืดหยุ่นได้เป็นกรณีไป ซึ่งเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ถือเป็นกรณีพิเศษที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศ ทำให้บริษัทประกันภัยต่างประเทศเกิดอาการตกใจ และเป็นมหันตภัยระดับภูมิภาคที่เกิดขึ้นในเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และไทย ราคาเบี้ยประกันจึงถูกปรับขึ้นในประเทศเหล่านี้ด้วย ไม่ใช่เฉพาะที่ไทย และยังตอบไม่ได้ว่าราคาเบี้ยประกันภัยจะปรับขึ้นเท่าไหร่ เพราะเป็นเรื่องของภาคเอกชนในการเจรจา
“ยอมรับว่า การรับประกันภัยน้ำท่วมไม่เหมือนเดิม ราคาเบี้ยประกันภัยต้องให้เป็นไปตามตลาด เพื่อให้ผู้รับประกันภัยต่อเข้ามาเรื่อยๆ จะทำให้เกิดการแข่งขัน ราคาจะเป็นไปตามกลไกของตลาด และสุดท้ายจะปรับสู่ความเป็นธรรม” นายประเวช กล่าว
นายประเวช กล่าวว่า ตลาดรับประกันภัยต่อในอังกฤษและญี่ปุ่น ให้การตอบรับที่ดีกับการที่ภาครัฐเดินทางไปชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งทั้งสองตลาดมองว่าเป็นมาตรการเชิงรุกที่เร็วมาก เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ มี่มักเดินทางไปทำความเข้าใจเมื่อเหตุการณ์จบไปหลายเดือนแล้ว
ทั้งนี้ การที่ภาครัฐเดินทางไปชี้แจงเอง เป็นสิ่งที่เรียกความเชื่อมั่นได้มาก เพราะภาครัฐมีอำนาจในการบริหารจัดการน้ำ และมีอำนาจในการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานให้เพียงพอกับความรุนแรงที่เพิ่มขึ้น ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานเดิมไม่สามารถรองรับความเสียหายในปัจจุบันได้ เช่น ระบบคลอง เขื่อน แม่น้ำที่ใช้ในการรับน้ำและการถ่ายเทน้ำลงสู่อ่าวไทย และเป็นภัยที่จัดการได้ ต่างจากภัยแผ่นดินไหวที่ไม่สามารถบริหารจัดการได้
“สิ่งที่ทางการพยายามชี้แจง คือจะเกิดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก โรงงานต่างๆ ที่น้ำท่วมยังคงอยู่ในประเทศ ซึ่งจะมีการปรับปรุงและลงทุนอีกจำนวนมาก ผลักดันให้ภาพรวมไทยเติบโต และคนจะตื่นตัวทำประกันภัยมากขึ้น ก่อให้เกิดความต้องการผู้รับโอนความเสี่ยง หรือบริษัทประกันภัยสูงมากในอนาคต” นายประเวช กล่าว







