posttoday
ถึงเวลาทำกำไรหุ้น

ถึงเวลาทำกำไรหุ้น

03 ธันวาคม 2554

ดัชนีขึ้นมาจ่อ1,050เป็นจังหวะขายตปท.ทิ้งตราสารหนี้กว่า5พันล้าน

ดัชนีขึ้นมาจ่อ1,050เป็นจังหวะขายตปท.ทิ้งตราสารหนี้กว่า5พันล้าน

หุ้นสดใสต่อ จ่อทดสอบ 1,050 จุด ต่างชาติซื้อไม่เบื่อเฉียด 2,000 ล้านบาท ทิ้งหนักตราสารหนี้กว่า 5,000 ล้าน กลัวหนี้ยุโรป

ตลาดหุ้นไทยสดใสตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะวันศุกร์ที่ 2 ธ.ค. ดัชนีปรับตัวขึ้นแรงที่สุดในตลาดหุ้นเอเชียที่บางแห่งติดลบ โดยปิดที่ระดับ 1,029.37 จุด บวกต่อ 10.22 จุด หรือ 1%

ด้านนักลงทุนต่างชาติซื้อหนักมืออีก 1,991 ล้านบาท และพอร์ตบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ช่วยช้อน จำนวน 1,185 ล้านบาท ขณะที่รายย่อยขายจำนวน 2,235 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ในตลาดตราสารหนี้ นักลงทุนต่างชาติมีสถานะขายสุทธิถึง 5,748 ล้านบาท

ทางด้านเงินบาทขยับแข็งค่าต่อเนื่องประมาณ 30.77 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เทียบกับ 30.85 บาท เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ซึ่งเคลื่อนไหวตามทิศทางเงินยูโรและแรงซื้อสุทธิหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติ

มาร์เก็ตติง เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยมีแรงขายทำกำไรระหว่างวัน โดยเฉพาะภาคเช้า แต่เมื่อตลาดหุ้นยุโรปเปิดการซื้อขาย ซึ่งตรงกับภาคบ่ายของไทย หลายตลาดปรับตัวขึ้น ก็กระตุ้นให้มีแรงซื้อเก็งกำไรในหุ้นขนาดใหญ่เข้ามา โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มพลังงานและธนาคารพาณิชย์ แต่ภาพโดยรวมแล้วไม่คึกคักเท่ากับวันที่ 1 ธ.ค.ที่ดัชนีพุ่งแรงกว่า 20 จุด เพราะนักลงทุนเริ่มไม่แน่ใจในทิศทางตลาดหุ้นในสัปดาห์หน้า

นายพิชัย เลิศสุพงศ์กิจ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโสฝ่ายการตลาด บล.ธนชาต กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น นอกจากรับข่าวดีเรื่องธนาคารกลาง 6 ประเทศ ช่วยกันเสริมสภาพคล่องแล้ว ตลาดยังคาดหวังว่าการประชุมธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ในวันที่ 8 ธ.ค.นี้ อาจจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 1% และอาจจะออกมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบ 3 หรือ QE3

“การวิเคราะห์ทางเทคนิค หากดัชนีไม่หลุด 1,015 จุด ก็จะมีโอกาสเดินหน้าต่อถึง 1,050 จุด แต่ถ้าหากไม่ผ่าน มีโอกาสลงไปต่ำกว่า 1,000 จุด แถว 980 จุด” นายพิชัย กล่าว

อย่างไรก็ตาม เรื่องหนี้ยุโรปยังมีความเสี่ยงอยู่ จังหวะที่หุ้นดีดตัวขึ้น นักลงทุนควรจะหาจังหวะทยอยขายหุ้นออกมาบ้าง โดยเฉพาะหุ้นที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก รวมถึงหุ้นที่ราคาขยับขึ้นมามาก โดยเฉพาะหุ้นสินค้าโภคภัณฑ์

นายพิชัย ยกตัวอย่างหุ้นธนาคารพาณิชย์ เมื่อเปรียบเทียบกับประมาณการ มูลค่าหุ้นทางบัญชีสิ้นปีนี้ พบว่าหุ้นธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ราคา ณ วันที่ 1 ธ.ค. 2554 ซื้อขายที่ 2.1 เท่า ขณะที่ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ซื้อขายที่ 1.9 เท่า

ด้านหุ้นของธนาคารกรุงเทพ (BBL) ซื้อขายเพียง 1.2 เท่า ของมูลค่าหุ้นทางบัญชี และยังมีการตั้งสำรองที่สูงมาก นอกจากนี้ลูกค้าสินเชื่อส่วนใหญ่ยังเป็นบริษัท ถือว่าเป็นลูกค้ารายใหญ่ ไม่ใช่ลูกค้าเอสเอ็มอีเหมือนธนาคารกสิกรไทยและธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งธุรกิจเอสเอ็มอีจำนวนมากได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

ด้านการซื้อขายในตลาดตราสารหนี้วันที่ 2 ธ.ค. อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Yield) เคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ท่ามกลางแรงเทขายออกมาจากนักลงทุนต่างประเทศ เนื่องจากปัญหาหนี้สาธารณะในยุโรปยังคงสร้างความกังวลให้แก่นักลงทุน แม้จะมีมาตรการให้ความช่วยเหลือจากธนาคารกลางทั้ง 6 ประเทศแล้วก็ตาม

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประกาศให้นักลงทุนที่จะซื้อใบสำคัญแสดงสิทธิในการจองซื้อหุ้น ของบริษัท โรงพิมพ์ตะวันออก ครั้งที่ 1 (EPCO-W1) ตั้งแต่วันที่ 6-23 ธ.ค. 2554 ต้องวางเงินสด 100% (แคชบาลานซ์)

ทั้งนี้ EPCO-W1 เพิ่งเข้ามาจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ปรากฏว่ามีแรงเก็งกำไรกันสูงมาก เปิดที่ราคา 0.75 บาท และไล่ขึ้นไปสูงสุดถึง 1 บาท ก่อนถูกทุบซะน่วม ปิดที่จุดต่ำสุดของวันที่ 0.35 บาท ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขาย 343 ล้านบาท และวันที่ 2 ธ.ค.ราคาอ่อนตัวลงต่อ 0.03 บาท หรือ 8.57% ปิดที่ 0.32 บาท มูลค่าการซื้อขาย 96.81 ล้านบาท


 

 

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69