
ยอดขอส่งเสริมการลงทุนจากตปท.เพิ่ม20%
บีโอไอเผยยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ 10 เดือน มี 828 โครงการ มูลค่า 2.81 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนมาก เพราะนักลงทุนยังมั่นใจลงทุนในไทย
บีโอไอเผยยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ 10 เดือน มี 828 โครงการ มูลค่า 2.81 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนมาก เพราะนักลงทุนยังมั่นใจลงทุนในไทย
นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยถึงสถิติการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนของโครงการลงทุนจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ในช่วง 10 เดือน (ม.ค.-ต.ค. 2554) ว่า มีนักลงทุนต่างชาติยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนทั้งสิ้น 828 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 2.81 แสนล้านบาท โดยจำนวนโครงการเพิ่มขึ้น 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มี 691 โครงการ ในขณะที่มูลค่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้น 61% จากช่วงเดียวกันปีก่อนซึ่งมีมูลค่า 1.74 แสนล้านบาท
การยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติเข้ามาเป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นว่านักลงทุนยังมั่นใจต่อการลงทุนในประเทศไทย ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมอาจทำให้การลงทุนชะลอลงบ้าง แต่มั่นใจว่าภาพรวมการลงทุนในประเทศไทยจะยังเติบโตได้ดี
ทั้งนี้ ต้นปีหน้ากระทรวงอุตสาหกรรม และบีโอไอ จะเร่งเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน รวมถึงเร่งชี้แจงข้อมูลและความตั้งใจของภาครัฐ รวมถึงแผนงาน การดูแลป้องกันปัญหาอุทกภัย โดยเฉพาะในส่วนของนิคมอุตสาหกรรม ที่คาดว่าจะเริ่มดำเนินการอย่างจริงจังได้ในเร็ว ๆ นี้
สำหรับนักลงทุนที่เข้ามายื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนสูงสุด ยังเป็นนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น มีจำนวนทั้งสิ้น 441 โครงการ รวมมูลค่าเงินลงทุน 1.45 แสนล้านบาท จำนวนโครงการปรับเพิ่มขึ้น 55% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มี 284 โครงการ ส่วนมูลค่าเงินลงทุนปรับเพิ่มขึ้น 104% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีมูลค่าอยู่ที่ 7.1 หมื่นล้านบาท
รองมาเป็นการลงทุนจากประเทศจีน มี 28 โครงการ เงินลงทุน 2.59 หมื่นล้านบาท จำนวนโครงการเพิ่มขึ้น 21.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มี 23 โครงการ ด้านมูลค่าเงินลงทุนปรับเพิ่มขึ้น 168% จากปีก่อนที่มีมูลค่าอยู่ที่ 9,681 ล้านบาท อันดับ 3 เป็นการลงทุนจากประเทศสิงคโปร์ จำนวน 44 โครงการ เงินลงทุน 1.98 หมื่นล้านบาท จำนวนโครงการใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปีก่อน ในขณะที่มูลค่าเงินลงทุนปรับเพิ่มขึ้น 110% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มี 9,484 ล้านบาท
ฮ่องกง มีจำนวน 26 โครงการ เงินลงทุน 1.22 หมื่นล้านบาท จำนวนโครงการใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปีก่อน ในขณะที่ เงินลงทุนปรับเพิ่มขึ้น 212% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีมูลค่า 3,940 ล้านบาท และการลงทุนจากประเทศเกาหลีใต้ มีจำนวน 33 โครงการ เงินลงทุน 7,173 ล้านบาท จำนวนโครงการใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่เงินลงทุนปรับเพิ่มขึ้น 229% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีมีมูลค่า อยู่ที่ 2,177 ล้านบาท
ทั้งนี้ โครงการลงทุนจากต่างชาติส่วนใหญ่เป็นโครงการลงทุนรายใหม่ มีจำนวน 444 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 1.36 แสนล้านบาท หรือประมาณ 54% ของโครงการลงทุนจากต่างชาติทั้งหมด อีกจำนวน 384 โครงการเป็นการลงทุนขยายกิจการของโครงการเดิม ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 1.44 แสนล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า กิจการที่เข้ามาลงทุนในประเทศมีความมั่นใจจึงทุ่มทุนขยายกิจการมากขึ้น
สำหรับโครงการที่ยื่นขอรับส่งเสริมลำดับต้นๆ ได้แก่ กิจการผลิตผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักร และอุปกรณ์ขนส่ง มีจำนวน 286 โครงการ เงินลงทุน 1 แสนล้านบาท กิจการอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า จำนวน 159 โครงการ เงินลงทุน 5.54 หมื่นล้านบาท กิจการบริการ และสาธารณูปโภค จำนวน 155 โครงการ เงินลงทุน 5.13 หมื่นล้านบาท เป็นต้น







