
ห่วงอิเล็กทรอนิกส์โยกฐานผลิตหนีน้ำ
กสิกรห่วงอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ย้ายฐานการผลิตหลังน้ำลด ปีหน้าลูกค้ารายใหญ่ลงทุนเพียบ 1.2 ล้านล้าน
กสิกรห่วงอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ย้ายฐานการผลิตหลังน้ำลด ปีหน้าลูกค้ารายใหญ่ลงทุนเพียบ 1.2 ล้านล้าน
นายวศิน วณิชย์วรนันต์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า หลังเหตุการณ์น้ำท่วมกลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าเป็นห่วงเรื่องการย้ายฐานการผลิตไปจากไทยคือ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้เครื่องจักรในการผลิตค่อนข้างมาก และสถานที่อื่นก็สามารถผลิตแทนไทยได้ หากต้นทุนถูกกว่า
“ปัจจัยอุทกภัยจะทำให้ลูกค้ากลุ่มนี้คิดเรื่องย้ายฐานการผลิตมากกว่ากลุ่มยานยนต์” นายวศิน กล่าว
นายวศิน กล่าวอีกว่า ลูกค้ารายใหญ่ของธนาคารที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมีทั้งสิ้น 1,420 ราย เป็นลูกค้ายานยนต์กับอิเล็กทรอนิกส์มากที่สุด ในจำนวนนี้มีลูกค้าที่ขอรับความช่วยเหลือจากธนาคารแล้ว 140 ราย คิดเป็นวงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท โดยลูกค้าเหล่านี้มีสัดส่วนหนี้สินต่อทุนต่ำอยู่ที่ 1.31.6 เท่า จึงไม่น่ากังวลเรื่องหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้
ทั้งนี้ ธนาคารได้ปรับมาตรการช่วยเหลือลูกค้าให้เหมาะสมกับช่วงเวลาที่ลูกค้าต้องการ และเข้าไปช่วยดูแลธุรกิจของลูกค้าแบบครบวงจร โดยไม่กำหนดวงเงินสนับสนุนสินเชื่อของลูกค้าทั้งหมด แต่จะพิจารณาตามความเสียหายและความจำเป็นทางธุรกิจให้เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย
นายวศิน กล่าวว่า ในปี 2555 ขนาดตลาดของกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่จะมีความต้องการเงินทุนร่วม 1.2 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นความต้องการเงินทุนเพื่อขยายธุรกิจต่อเนื่องจากปี 2553 ประมาณ 4 แสนล้านบาท โครงการลงทุนขยายธุรกิจใหม่ 2.5 แสนล้านบาท การลงทุนขยายธุรกิจระหว่างประเทศ 4 แสนล้านบาท และการลงทุนเพื่อการฟื้นฟูธุรกิจ 1.5 แสนล้านบาท โดยสินเชื่อส่วนใหญ่จะอยู่ใน 7 กลุ่ม ได้แก่ สาธารณูปโภค วัสดุก่อสร้าง ปิโตรเคมี ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ การค้า และอสังหาริมทรัพย์
ทั้งนี้ สายงานธุรกิจลูกค้าบรรษัทของเครือธนาคารในปีหน้าวางเป้าหมายการเติบโตด้านสินเชื่อเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2554 ประมาณ 9% รายได้รวมเพิ่มขึ้น 20% และค่าธรรมเนียมโตขึ้น 22% โดยคาดหวังให้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเป็น 25%
นายวศิน กล่าวว่า ปัจจัยหลักที่จะส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ปัจจัยด้านตลาดการค้าเสรี ภัยทางธรรมชาติ อัตราแลกเปลี่ยน อัตราดอกเบี้ย ภาวะเงินเฟ้อ และสินค้าโภคภัณฑ์ จะสามารถแก้ไขให้ดีขึ้นได้ด้วยการวางแผนทางการเงินที่เป็นระบบ การปรับโครงสร้างทางการเงินตามความเหมาะสม รวมถึงการปรับโครงสร้างทางธุรกิจที่ยืดหยุ่น
ขณะที่ผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือน ของปียังเป็นไปตามเป้าหมาย และคาดว่าเมื่อถึงสิ้นปีนี้จะมียอดสินเชื่อรวมโต 10% จากสิ้นปี 2553 มีรายได้รวม ขยายตัวเป็น 21% และมีค่าธรรมเนียมการใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินเติบโตเป็น 22% ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มจาก 21% เป็น 22%
กลุ่มอุตสาหกรรมที่มียอดสินเชื่อสูงสุดได้แก่ กลุ่มสาธารณูปโภคเพิ่ม 78% กลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันและปิโตรเคมี ขยายตัวเพิ่มขึ้น 43% และกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น 11%







