posttoday
วิกฤตการณ์น้ำท่วมโอกาสสื่อดิจิตอล

วิกฤตการณ์น้ำท่วมโอกาสสื่อดิจิตอล

29 พฤศจิกายน 2554

วิกฤตการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้น เป็นอีกครั้งที่แสดงให้เห็นพัฒนาการการรับสื่อของผู้บริโภคชาวไทยที่ก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอลอย่างเต็มรูปแบบ

วิกฤตการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้น เป็นอีกครั้งที่แสดงให้เห็นพัฒนาการการรับสื่อของผู้บริโภคชาวไทยที่ก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอลอย่างเต็มรูปแบบ

ทั้งนี้ ด้วยศักยภาพของสื่อดิจิตอลที่แสดงผลข้อมูลอย่างครบถ้วนและรวดเร็ว มากกว่าสื่อหลัก ในยามที่ผู้บริโภคต้องการข้อมูลแบบปัจจุบันทันด่วนทันเหตุการณ์

เห็นได้ชัดเจนจากรายงานผลวิจัย “Consumer Vibes” ประจำเดือน ต.ค. โดยบริษัท มายด์แชร์ ซึ่งเป็นเดือนที่ประเทศไทยเข้าสู่สถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ เพื่อสำรวจพฤติกรรมการบริโภคสื่อ จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 300 คน อายุระหว่าง 1839 ปี อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร (กทม.) และหัวเมืองใหญ่

วิกฤตการณ์น้ำท่วมโอกาสสื่อดิจิตอล

 

จากการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคในช่วงดังกล่าว พบว่า หัวข้อที่ประชาชนให้ความสนใจมากที่สุดในเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา เป็นเรื่องสถานการณ์น้ำท่วม 97% อีก 7% ให้ความสนใจประเด็นเรื่องลดภาษีรถยนต์คันแรก และ 6% พูดถึงสถานการณ์ระเบิดในภาคใต้

ผลวิจัยชี้ชัดว่า ผู้บริโภคให้ความสำคัญและติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด โดยที่สื่อทีวียังคงเป็นสื่อหลักในการติดตามสถานการณ์ ตามด้วยหนังสือพิมพ์และอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีกลุ่มตัวอย่างถึง 88% เลือกติดตามข่าวน้ำท่วม และ 96% ติดตามข่าวผ่านสื่อทีวี ขณะที่รายการที่รับชมมากที่สุด คือ เรื่องเล่าเช้านี้ 46% ตามด้วยเรื่องเด่นเย็นนี้ 10% ข่าวภาคค่ำช่อง 7 8% และข่าว 3 มิติ 7%

สำหรับการติดตามผ่านสื่อหนังสือพิมพ์ คิดเป็นสัดส่วน 49% ของกลุ่มตัวอย่าง โดย 73% อ่านหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ 20% เดลินิวส์ ส่วน 30% ของกลุ่มตัวอย่างติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านเว็บไซต์ อันดับ 1 กูเกิล 27% 2.สนุก 20% 3.เว็บไซต์ไทยรัฐ 10% อีก 25% ติดตามข่าวผ่านวิทยุและ 7% ติดตามข่าวผ่านเฟซบุ๊ก

เฮเซล ฮาน ผู้บริหารอาวุโสสื่อดิจิตอล ของมายด์แชร์ ระบุว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดรอบ กทม. ทำให้ผู้บริโภคค้นพบว่าโลกออนไลน์เป็นช่องทางสำคัญในการหาข้อมูลน้ำท่วมอย่างครบถ้วน ขณะที่สื่อดั้งเดิมไม่สามารถให้ข้อมูลได้อย่างเต็มที่

ตัวอย่างคือ ปรเมศวร์ มินศิริ ผู้ก่อตั้งเว็บกระปุกและผู้พัฒนา “Thai Flood” เพื่อเผยแพร่ข้อมูลเบื้องต้นแบบเรียลไทม์ ที่รวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เพื่อส่งข้อความเตือนเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมสู่ผู้บริโภค โดยมีอาสาสมัครเข้ามาทำงานส่งข้อความผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์

เช่นเดียวกับ ศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ก็นำเสนอผลการวิเคราะห์เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมผ่านเว็บไซต์ยูทูบ และแพร่หลายอย่างรวดเร็วผ่านแฟนเพจในเฟซบุ๊ก เร็วกว่าข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐที่ออกมาตอบสนองต่อประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังใช้ระบบค้นข้อมูล ที่เรียกว่า “Thai Trend” ที่บ่งบอกถึงสถานการณ์น้ำท่วมผ่านข้อความทวีตกว่า 6 แสนข้อความ ซึ่งจะมีข้อความเกี่ยวกับคำว่า “น้ำท่วม” “Thai Flood” อีกกว่า 3 แสนข้อความต่อวัน

ยิ่งกว่านั้น กูเกิลยังเพิ่มแผนที่แสดงสถานการณ์น้ำท่วมแบบภาพเสมือนจริง ช่วยอัพเดตสถานการณ์เกี่ยวกับการนำเสนอรายงานข่าวเกี่ยวกับน้ำท่วมอย่างน่าสนใจ

ขณะเดียวกัน เมื่อเปิดระบบโทรศัพท์มือถือ ก็มีแอพพลิเคชัน “Thai Flood” ที่รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในแต่ละพื้นที่ สามารถเลือกข้อความ แผนภาพ และส่งต่อผ่านทวิตเตอร์ได้อย่างรวดเร็ว

“สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ เป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งในเรื่องความเร็ว และง่ายต่อการสื่อสารเพื่อช่วยเหลือผู้บริโภคได้ในสถานการณ์ปัจจุบันทันด่วน ทำให้คนไทยกลายเป็นผู้ที่มีพัฒนาการเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว จากสถานการณ์ครั้งนี้” ฮาน ระบุ

 

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน