
สั่งตุนเงินรับเสื้อแดง
ธปท.แจ้งแบงก์รับมือม็อบยาว7วัน เตรียมแผนขนเงินไปสาขาเอทีเอ็ม
โพสต์ทูเดย์
— ธปท. หวั่นเงินสดหมุนเวียนในระบบขาดแคลน หากสถานการณ์ชุมนุมปานปลาย สั่งธนาคารสำรองเงินสด เตรียมแผนขนย้ายเงินไปยังตู้เอทีเอ็มสาขาให้พอเพียงในช่วง 7 วันแหล่งข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ธปท. ได้ส่งหนังสือขอความร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์ทุกแห่ง รวมถึงสั่งการไปยังศูนย์จัดการธนบัตรทั่วประเทศให้เตรียมพร้อมในการบริหารจัดการธนบัตรสำหรับหมุนเวียนในระบบ และรองรับการเบิกถอนของประชาชนให้เพียงพอในช่วง 7 วัน คือ ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ.2 มี.ค. นี้ ซึ่งเป็นช่วงที่ศาลจะตัดสินคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 7.6 หมื่นล้านบาท
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า นโยบายที่ ธปท. กำชับขอความร่วมมือกับธนาคารทุกแห่งให้ถือปฏิบัติ คือ ในช่วง 7 วันนี้จะต้องเตรียมสำรองเงินสดไว้รองรับความต้องการเบิกถอนของประชาชนให้เพียงพอทั้งทางสาขา ตู้เอทีเอ็ม และต้องวางแผนงานในการกระจายธนบัตรไปยังสาขาต่างๆ และตู้เอทีเอ็มให้ทั่วถึงทั้งประเทศ เพื่อให้มีเงินสดไว้รองรับการเบิกจ่ายของประชาชนได้ตลอดเวลา
“
ถ้าเกิดเหตุรุนแรงขึ้นมาจริงๆ อาจจำเป็นต้องปิดทำการบางสาขาก็ต้องทำ จึงต้องเตรียมแผนงานต่างๆ ไว้รองรับในกรณีฉุกเฉินขึ้นมา” แหล่งข่าวจาก ธปท. เปิดเผยแหล่งข่าวจาก ธปท. เปิดเผยว่า ในการเตรียมเงินสดสำรองให้เพียงพอนั้น ธปท. ไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์ตายตัวลงไปว่าต้องเพิ่มเงินสดจำนวนมากเป็นกี่เท่าของกรณีปกติ หรือต้องมีปริมาณเงินสดสำรองจำนวนเท่าไร เนื่องจากรายละเอียดจำนวนลูกค้าของแต่ละธนาคารต่างกัน การไม่กำหนดวงเงินที่ชัดเจนลงไปจะช่วยให้การทำงานของธนาคารพาณิชย์ยืดหยุ่นได้ดีกว่า
นอกจากนี้ ได้แจ้งไปว่าถ้าเกิดเหตุรุนแรงถึงขั้นต้องปิดทำการ จะได้ไม่ติดขัดในการปฏิบัติในกรณีฉุกเฉิน หรือถ้ามีปัญหาอะไรก็จะได้แจ้ง ธปท. ได้ทันการณ์ ยกเว้นสาขาหรือในบริเวณที่มีปัญหาความรุนแรงอาจกระจายเงินสดไปไม่เพียงพอรองรับการบริการ ก็ให้ธนาคารแต่ละแห่งเตรียมการในสาขาหรือตู้เอทีเอ็มในบริเวณใกล้เคียงไว้รองรับแทน
ทั้งนี้ การขอความร่วมมือดังกล่าว เนื่องจาก ธปท. กังวลว่าในวันตัดสินคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทนั้น จะเป็นช่วงที่ประชาชนส่วนหนึ่งเริ่มมีความไม่มั่นใจในสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง และอาจจะต้องการถือเงินสดในมือเพิ่มขึ้นเพื่อสำรองไว้ใช้จ่าย
ขณะเดียวกันหลังการตัดสินคดีก็เป็นวันหยุดยาวต่อเนื่องเป็นเวลา 3 วัน ทำให้ความต้องการในการใช้เงินสดอาจจะเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ และที่สำคัญหากเหตุการณ์รุนแรงเหมือนในช่วงเดือน เม.ย. ปีที่ผ่านมา ปริมาณเงินสดหมุนเวียนในระบบจะได้ไม่ขาดแคลน
ด้านนายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธปท. กล่าวว่า การเตรียมแผนฉุกเฉินไว้รองรับเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ เช่น ความวุ่นวายทางการเมือง การแพร่ระบาดของโรค ฯลฯ เป็นการสั่งการตามปกติของ ธปท. ที่ต้องเตรียมการไว้รองรับการดำเนินงานของสถาบันการเงิน และการให้บริการทางการเงินทั้งในด้านสภาพคล่อง และการบริหารจัดการเงินสด
สำหรับการตัดสินใจเปิดหรือปิดสาขาที่มีความสุ่มเสี่ยงนั้น นายเกริก กล่าวว่า การพิจารณาตัดสินใจปิดสาขาก็ให้ผู้บริหารของธนาคารใช้วิจารณญาณปิดได้ทันที ไม่ต้องรอขออนุญาต แค่รายงานให้ ธปท. ทราบในภายหลังเท่านั้นก็พอ เพราะเป็นเรื่องเร่งด่วนฉุกเฉิน
แหล่งข่าวจาก ธปท. เปิดเผยว่า เมื่อกลุ่ม เสื้อแดงประกาศว่าจะมีการนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 6 มี.ค. นี้ ทาง ธปท. อาจพิจารณาขอความร่วมมือเพิ่มเติมภายหลัง หรืออาจจะแจ้งขยายเวลาในการเตรียมการรับมือออกไป ขึ้นอยู่กับสถานการณ์
สำหรับมาตรการดูแลความปลอดภัยของสถาบันการเงินนั้น ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งได้มีมาตรการดูแลความปลอดภัยของลูกค้าไว้แล้ว







