posttoday
700ล.ฟื้นบางปะอิน

700ล.ฟื้นบางปะอิน

22 พฤศจิกายน 2554

นิคมฯแรกที่แห้ง21พ.ย.ผลิตใช้2ปีสร้างคันคอนกรีตถาวร

นิคมฯแรกที่แห้ง21พ.ย.ผลิตใช้2ปีสร้างคันคอนกรีตถาวร

โพสต์ทูเดย์ — นิคมฯ บางปะอิน แห้งแห่งแรก เล็งใช้ 700 ล้าน ทำคันกั้นน้ำถาวรและฟื้นฟู คาดใช้ 2 ปีสร้างเสร็จ ปีหน้าอุดคันเดิมรับมือ

นายปลิว ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทที่ดินบางปะอิน ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน และกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ช.การช่าง กล่าวในงาน Big Cleaning Day ว่า นิคมฯ มีแผนจะฟื้นฟูนิคมฯ และสร้างคันกั้นน้ำถาวร โดยใช้งบ 700 ล้านบาท แบ่งเป็น 500 ล้านบาท สร้างเขื่อนดินเสริมคอนกรีตใหม่กั้นน้ำยาวรอบพื้นที่นิคมฯ 11 กิโลเมตร สูง 5.5 เมตร คาดใช้เวลาสร้างประมาณ 2 ปี ส่วนอีก 200 ล้านบาท จะใช้ฟื้นฟู ซ่อมบำรุง และเสริมความแข็งแรงให้แนวคันดินเดิม ซึ่งบริษัทได้จ้างบริษัท ช.การช่าง เข้ามาเป็นผู้ดำเนินงานทั้งหมด

การสร้างคันกั้นน้ำถาวรใหม่ จะใช้เวลาไม่เกิน 2 ปี ในการดำเนินการ โดยงบประมาณทั้งหมดจะกู้จากรัฐบาล ซึ่งต้องดูว่ารัฐบาลจะให้กู้ในวงเงินเท่าไหร่ และอัตราดอกเบี้ยในระดับใด โดยค่าใช้จ่ายสร้าง 45 ล้านบาทต่อกิโลเมตร ขณะนี้อยู่ระหว่างรอความพร้อมและความชัดเจนของแผนบริหารน้ำภาครัฐ ก่อนจะยื่นเรื่องขอกู้เงินจากรัฐบาล

“การดำเนินการทั้งหมด จะใช้วิศวกรคนไทยทั้งสิ้น ส่วนไจกาเป็นผู้เข้ามาให้คำแนะนำในภาพรวม ไม่ได้เข้ามาทำงานเป็นรายนิคมฯ เรื่องการเงินคงต้องดูอัตราดอกเบี้ยของรัฐบาลด้วย เพราะถ้าแพงจะเป็นภาระของผู้ประกอบการเช่นเดียวกัน โดยช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา บริษัทเสียโอกาสไปแล้วกว่า 100 ล้านบาท” นายปลิว กล่าว

น.ส.ลักขณา เมี้ยนกำเนิด ผู้อำนวยการนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน กล่าวว่า นิคมอุตสาห กรรมบางปะอินเป็นนิคมฯ แห่งแรกที่น้ำแห้ง และโรงงานเริ่มเข้ามาทำความสะอาดพื้นที่ โดยวันที่ 21 พ.ย. มีแรงงานเข้ามาทำความสะอาด 2,000 คน และโรงงานไหนที่ต้องการใช้ระบบน้ำประปา หรือระบบไฟฟ้า ทางนิคมฯ สามารถให้บริการได้แล้ว คาดว่าโรงงานน่าจะใช้เวลา 2 เดือนฟื้นฟู และเริ่มกลับมาประกอบกิจการอีกครั้งได้ในช่วงเดือน ธ.ค.

นิคมฯ บางปะอินน้ำเริ่มเข้าในพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. 2554 ระดับน้ำสูง 4.5 เมตร โดยเข้าท่วมพื้นที่เต็ม 100% ปริมาณน้ำทั้งหมด 8 ล้านลูกบาศก์เมตร ในวันถัดมาบริษัท ช.การช่าง ได้เข้ามาดูพื้นที่ เพื่อวางแผนฟื้นฟูทันที ผู้บริหารนิคมฯ ใช้งบ 50 ล้านบาท เตรียมเครื่องมือ เครื่องจักร เข้ามาระบายน้ำออกให้เร็วที่สุด โดยเริ่มสูบน้ำออกวันที่ 7 พ.ย. และน้ำแห้งสนิทวันที่ 17 พ.ย. ระหว่างสูบน้ำได้ซ่อมระบบสาธารณูปโภคด้วย วันที่ 21 พ.ย. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ กฟภ. จะจ่ายไฟฟ้าให้กับบริษัทที่พร้อมผลิต ส่วนแผนป้องกันระยะยาวต้องขอดูแผนบริหารน้ำรัฐบบาลก่อน คาดว่าจะตัดสินใจเดือน ม.ค. 2555

ทั้งนี้ ในวันที่ 21 พ.ย. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จะเริ่มดำเนินการจ่ายไฟให้แก่บริษัทที่มีความพร้อมได้ทันที่ โดยการเดินเครื่องจักรการผลิตต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละโรงงาน และประเภทของเครื่องจักรว่าจะกู้กลับมาได้เร็วแค่ไหน โดยที่ผ่านมานิคมฯสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บค่าบริการต่างๆ เช่น ค่าบำบัดน้ำเสีย น้ำประปา เป็นต้น

สำหรับการวางแผนป้องกันในอนาคต ขณะนี้รัฐบาลเริ่มเข้ามาประสานงานเพื่อวาระบบป้องกันถาวร โดยทางนิคมฯยังอยู่ระหว่างการวางแผน และยังไม่ได้เลือกว่าจะใช้ระบบป้องกันแบบไหน โดยคาดว่าจะมีการตัดสินใจได้ในเดือนม.ค. เพื่อรอข้อสรุปของรัฐบาลด้วย ขณะที่การป้องกันสำหรับหน้าฝนปีหน้าจะปรับปรุงระบบป้องกันเดิมให้มีความแข็งแรงขึ้น และทำงานควบคู่กับการบริหารจัดการน้ำภายนอก

ทั้งนี้ นิคมฯ บางปะอินมีโรงงานทั้งหมด 90 โรง จำนวนแรงงาน 6 หมื่นคน มูลค่าการลงทุน 6 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ยาง พลาสติก เครื่องยนต์ เครื่องจักร และอะไหล่ เป็นต้น

 

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว