posttoday
อุตฯเซรามิกกดดันรัฐเลื่อนขยับแอลพีจี1ปี

อุตฯเซรามิกกดดันรัฐเลื่อนขยับแอลพีจี1ปี

21 พฤศจิกายน 2554

เอกชนร้องรัฐชะลอขึ้นราคาแอลพีจีภาคอุตสาหกรรมครั้งที่ 3 ออกไป 1 ปี

เอกชนร้องรัฐชะลอขึ้นราคาแอลพีจีภาคอุตสาหกรรมครั้งที่ 3 ออกไป 1 ปี

นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมแก้ว กระจก และเซรามิก เตรียมหารือกับกระทรวงพลังงาน เพื่อเสนอให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ชะลอปรับขึ้นราคาขายปลีกก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ภาคอุตสาหกรรมครั้งที่ 3 อีก 3 บาทต่อกิโลกรัม ที่เดิมมีกำหนดจะปรับขึ้นในวันที่ 1 ม.ค. 2555 ออกไปอีก 1 ปี จากปัจจุบันอยู่ที่ 24.13 บาท

“หากขยับขึ้นราคาแอลพีจีภาคอุตสาหกรรมอีกรอบ ก็จะทำให้ราคาแอลพีจีอยู่ที่ 27.13 บาทต่อกิโลกรัม สูงกว่าราคาน้ำมันเตา จึงอยากให้ภาครัฐสงสารบ้าง เพราะกลางปีหน้าก็จะเจอค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน และยังเจอน้ำท่วมอีก” นายอิศเรศ กล่าว

พร้อมกันนี้ ที่ประชุม กพช.มีมติให้ลอยตัวราคาก๊าซแอลพีจีในภาคอุตสาหกรรม 3 บาทต่อกิโลกรัม เป็นเวลา 4 ไตรมาส รวม 12 บาทต่อกิโลกรัม จากเดิมราคา 18.13 บาทต่อกิโลกรัม โดยเริ่มปรับขึ้นครั้งแรกไปเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2554 ครั้งที่ 2 วันที่ 1 ต.ค. 2554 ครั้งที่ 3 วันที่ 1 ม.ค. 2555 และครั้งสุดท้าย วันที่ 1 เม.ย. 2555

นายอิศเรศ กล่าวว่า ขณะนี้ราคาแอลพีจีภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ระดับ 24.13 บาทต่อกิโลกรัม ยังถือว่าเป็นระดับที่ผู้ประกอบการยังพอรับได้ ซึ่งจากการแต่หากมีการปรับขึ้นไปอีกก็จะทำให้ต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแก้วและกระจกและอุตสาหกรรมเซรามิกที่คิดเป็น 30%ของต้นทุนการผลิต

อย่างไรก็ตาม ประเมินการใช้แอลพีจีในภาคอุตสาหกรรม พบว่าใช้เดือนละประมาณ 6 หมื่นตัน หรือ 60 ล้านกิโลกรัม ซึ่งการปรับขึ้นราคาทุกๆ 3 บาทต่อกิโลกรัม จะส่งผลให้มีเงินไหลเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเดือนละ 180 ล้านบาท

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ