
‘CS’ลดเกรดกลุ่มแบงก์
หั่นราคาเป้าหมาย5ธนาคารคาดกำไรแย่ยาวถึงกลางปีหน้า
หั่นราคาเป้าหมาย5ธนาคารคาดกำไรแย่ยาวถึงกลางปีหน้า
เครดิตสวิสลดน้ำหนักหุ้นกลุ่มธนาคาร เพราะพิษน้ำท่วมทำหนี้เสียพุ่งกดกำไร ส่วนนักวิเคราะห์ไทยแนะทยอยซื้อได้แล้ว
นายแดน ไฟน์แมน นักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ (บล.) เครดิตสวิส (CS) ได้ลดน้ำหนักหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทยจากมากกว่าตลาดเหลือเท่าตลาด และลดราคาเป้าหมายหุ้นธนาคาร 5 แห่ง
CS ได้ลดเกรดหุ้นธนาคารกรุงเทพ (BBL) เหลือเท่าตลาด เพราะราคาแพงแล้วจึงลดราคาเป้าหมายเหลือเพียง 165 บาท จากเดิมคาดไว้ที่ 219 บาท ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) จาก 143 บาท เหลือ 139.5 บาท ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) จาก 168 บาท เหลือ 146.5 บาท ธนาคารกรุงไทย (KTB) จาก 21.8 บาท เหลือ 17.85 บาท และธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) จาก 31 บาท เหลือ 24.50 บาท
เครดิตสวิสเชื่อว่าในระยะสั้นมีปัจจัยลบรุมเร้าที่จะทำให้วงจรอัตรากำไรขาขึ้นพลิกลงจากผลกระทบน้ำท่วมที่จะส่งผลให้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) พุ่งสูงฉุดกำไร จากการที่หนี้เสียที่ต้องการปรับโครงสร้างหนี้และมีหนี้สูญ นอกจากนั้นหนี้ใหม่ยังได้ผลตอบแทนต่ำ
“เราเกรงว่าตลาดจะประเมินผลกระทบจากน้ำท่วมต่ำไป โดยหลังน้ำท่วมจะต้องมีการปรับโครงสร้างหนี้ เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจากรัฐบาลที่กลายมาเป็นคู่แข่งของธนาคารเหล่านี้ ขณะที่ต่างชาติให้น้ำหนักมากกว่าหุ้นกลุ่มนี้มากกว่าตลาดมานานนับ 5 ปี ตามน้ำหนักของดัชนี MSCI”
ทั้งนี้ คาดว่าจะทบทวนประมาณการเพื่อปรับน้ำหนักลงทุนกลับคืนสู่สถานะเดิมในกลางปี 2555 เมื่อวงจรขาลงหมดแล้ว
บล.เครดิตสวิสได้ปรับเกรดหุ้น BAY มากกว่าตลาดจากเท่าตลาดแม้ชอบที่มีลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) น้อยค่าบริหารจัดการต่ำไม่อ่อนไหวต่อการลดดอกเบี้ยและมีรายได้จากค่าธรรมเนียมสัดส่วนสูง
นอกจากนั้น ยังให้น้ำหนักหุ้น SCB สูงสุดในบรรดาธนาคารขนาดใหญ่ และบริษัท ทิสโก้ ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป (TISCO) ดูดีในช่วงดอกเบี้ยขาลง
ราคาหุ้นกลุ่มธนาคารไทยนับว่าซื้อขายในราคาส่วนลดเทียบหุ้นกลุ่มธนาคารในภูมิภาคเอเชีย ทั้งนี้ แม้ว่าได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแต่เชื่อว่าในระยะกลางกลุ่มนี้จะกลับมามีอัตรากำไรต่อสินทรัพย์ยังคงสูงสุดอันดับ 2 เมื่อมีการลดภาษีรายได้นิติบุคคลจาก 30% เหลือ 23% ในปีหน้า
บล.กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ประเมินว่า หุ้นกลุ่มธนาคารจะเริ่มทรงตัวได้มากขึ้น หลังปรับฐานลง 8.7% ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา เทียบกับดัชนีหุ้นไทยที่ลดลงเพียง 3.8%
อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังมีปัจจัยเสี่ยงเรื่องวิกฤตน้ำท่วม และประเด็นการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 30 พ.ย.นี้ ราคาหุ้นธนาคาร ณ ปัจจุบันซื้อขายบนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (P/BV) เฉลี่ยเพียง 1.51 เท่า ในปี 2554 และ 1.35 เท่า ในปี 2555 ทำให้ความเสี่ยงขาลงของราคาหุ้นในกลุ่มธนาคารเริ่มจำกัดมากยิ่งขึ้น
ด้าน บล.ธนชาต แนะนำให้ทยอยขายหุ้นสื่อสารและทยอยซื้อสะสมในหุ้นธนาคารใหญ่ที่เพิ่งจะเริ่มฟื้นตัว อาทิ BBL SCB KBANK และ KTB ที่มีสัญญาณฟื้นตัว
วันที่ 17 พ.ย. นักลงทุนยังคงขายหุ้นธนาคารออกมาต่อเนื่อง นำโดย KBANK ทรุด 2.15% ปิดที่ 114 บาท ปรับตัวลงมากกว่าตลาดรวมที่ดัชนีลดลง 0.37% ปิดที่ 993.38 จุด







