posttoday
ดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสไปได้ถึง 1050จุดในปี2554

ดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสไปได้ถึง 1050จุดในปี2554

17 พฤศจิกายน 2554

ตลาดหุ้นไทยในช่วงไตรมาส 4/2554 สามารถฟื้นตัวกลับมาเคลื่อนไหวเหนือระดับ 900 จุดได้

ตลาดหุ้นไทยในช่วงไตรมาส 4/2554 สามารถฟื้นตัวกลับมาเคลื่อนไหวเหนือระดับ 900 จุดได้

โดย..สุกิจ อุดมศิริกุล

โดยสามารถปรับตัวขึ้นไปได้ถึง 995 จุด ถึงแม้ว่าดัชนียังคงมีความผันผวนจากปัญหาวิกฤตหนี้ในยุโรปที่กำลังหาแนวทางแก้ไข แต่กลับเกิดปัญหาการเมืองในประเทศกรีซและอิตาลีเข้ามาทำให้ปัญหามีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น ส่วนปัญหาน้ำท่วมในประเทศถือได้ว่ามีการซึมซับเข้าไปในราคาหุ้นอย่างต่อเนื่อง ตามพัฒนาการของสถานการณ์น้ำท่วม และถึงแม้จะมีปัจจัยความไม่แน่นอนเกิดขึ้นทั้งภายในและภายนอก แต่ดัชนียังคงสามารถเคลื่อนไหวได้ในกรอบ 950985 จุด ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลจากการกลับมาซื้อคืนของนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงการปรับตัวขึ้นของหุ้นในกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากปัจจัยน้ำท่วม ผมประเมินว่าเป็นภาพสะท้อนความแข็งแกร่งของตลาดหุ้นไทย รวมถึงสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อตลาดหุ้นไทยว่ายังคงมีอยู่ ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตกับประเทศไทยมาแล้วหลายครั้งก็ตาม

ผมประเมินว่า SET Index ในช่วงที่เหลือของปี 2554 มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นไปได้ถึง 1,050 จุด มี Upside 6% จากระดับ 990 จุด และ 2% จากสิ้นปี 2553 ซึ่งเปรียบเทียบแล้วยังคงปรับตัวขึ้นน้อยกว่าตลาดหุ้นในแถบอาเซียน ที่ล่าสุดปรับตัวขึ้น 34% จากสิ้นปี 2553 ซึ่งทำให้การคาดการณ์ของผมไม่ได้มองโลกในแง่ดีเกินจริง โดยเหตุผลสนับสนุนการปรับตัวขึ้นของตลาด ได้แก่ 1) คาดว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะเริ่มคลี่คลายและการฟื้นฟูเริ่มต้นภายในเดือน ธ.ค. 2554 2) เงินทุนต่างชาติไหลกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นเอเชีย เนื่องจากวิกฤตหนี้ในยุโรปเริ่มควบคุมได้ 3) อัตราเงินเฟ้อในจีนชะลอตัว เศรษฐกิจขยายตัวได้ปานกลางประมาณ 9% ทำให้ตลาดเริ่มมีความหวังว่าทางการจีนจะหยุดนโยบายเข้มงวด และ 4) คาดว่ากำไรสุทธิในปี 2554 ยังคงขยายตัวได้ 31% YoY ถึงแม้จะลดลงจากคาดการณ์เดิม เนื่องจากผลกระทบน้ำท่วม ส่งผลให้ดัชนีที่ระดับ 1,050 จุด จะมีค่า PER เท่ากับ 12 เท่า ซึ่งยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในภูมิภาคเอเชียที่ 14 เท่า

อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าเราไม่ควรมองข้ามความเสี่ยง ซึ่งอาจส่งผลให้ตลาดหุ้นมีโอกาสอ่อนตัวลงได้ในอนาคต ซึ่งได้แก่ การปรับลดประมาณการกำไรสุทธิและเงินปันผลสำหรับปี 25542555 ในระดับที่มากขึ้นกว่าปัจจุบันที่ได้เริ่มมีการปรับลดลงแล้ว จากผลกระทบของน้ำท่วมและเศรษฐกิจโลก ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในช่วงไตรมาส 1/2555

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนทยอยซื้อสะสม โดยแนะนำ กลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี ไอซีที วัสดุก่อสร้าง อาหาร และค้าปลีก ในขณะที่แนะนำหลีกเลี่ยงกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

หุ้นแนะนำซื้อ ได้แก่ PTT PTTGC BBL DTAC MAKRO CPF SCC โดยแนะนำขาย SMT KCE LHBANK  
 

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ