
กสิกรมองหุ้นเหวี่ยงถึงสิ้นปี
น้ำท่วมหนี้ยุโรปยังกดตลาดฟิลลิปเชียร์กองทุน KSDLTF
น้ำท่วมหนี้ยุโรปยังกดตลาดฟิลลิปเชียร์กองทุน KSDLTF
บลจ.กสิกรไทย มองหุ้นไทยยังเหวี่ยง น้ำท่วมหนี้ยุโรปกด แนะหลบตลาดผันผวนซบ LTF ที่มีอนุพันธ์บริหารความเสี่ยง
นายประเสริฐ ขนบธรรมชัย รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยถึงมุมมองการลงทุนในปัจจุบันว่า ตลาดหุ้นไทยยังมีแนวโน้มผันผวน แม้ที่ผ่านมาจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นในทิศทางเดียวกันกับทั่วโลกจากปัจจัยบวกความคืบหน้ามาตรการแก้ไขปัญหาหนี้ยุโรป ซึ่งที่ประชุมผู้นำประเทศในกลุ่มอียู (EU) มีข้อสรุปให้ลดภาระหนี้กรีซ เพิ่มทุนสำรองธนาคารในยุโรปและเพิ่มทุนกองทุน EFSF ประกอบกับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐปรับตัวดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป
อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวยังต้องจับตาปัญหาหนี้ยุโรปอย่างใกล้ชิดเนื่องจากอาจทำให้ตลาดหุ้นต้องเผชิญความผันผวนไปจนกว่ามาตรการแก้ไขปัญหาจะสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนได้
“แม้ที่ประชุมผู้นำกลุ่ม EU จะมีมาตรการออกมาช่วยพยุงบ้างแล้ว แต่ยังมีจุดอ่อนอยู่มาก เพราะไม่ได้ลงไปแก้ไขกันที่โครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อให้สามารถเติบโตโดยไม่ก่อหนี้เพิ่มมากขึ้นและตลาดเริ่มมีความกังวลกับสถานภาพหนี้ของอิตาลีขึ้นมาอีก” นายประเสริฐ กล่าว
สำหรับตลาดหุ้นไทยก็ได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่างประเทศและยังมีปัจจัยลบในระยะสั้นจากวิกฤตน้ำท่วมในประเทศซึ่งฉุดตัวเลข GDP ลงไปถึง 1.80% จึงเชื่อว่าในปีนี้จะเห็นการแกว่งตัวในกรอบแคบๆ ของตลาดหุ้น
นายประเสริฐ กล่าวว่า ผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนในกองทุนหุ้นกับกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) เพื่อรับสิทธิลดหย่อนภาษีในช่วงปลายปีนี้ แต่ยังไม่มั่นใจในตลาดหุ้นหรืออาจกังวลความผันผวน กองทุนเปิดเค สตราทีจิคดีเฟ็นซีฟหุ้นระยะยาวปันผล (KSDLTF) ถือเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ ช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ให้ผลตอบแทนบวก 3.31% ขณะที่ตลาดหุ้นได้รับผลกระทบจากวิกฤตการเงินโลกและติดลบ 5.72% โดยกองทุนนี้ลงทุนในสัญญาล่วงหน้าจึงป้องกันความเสี่ยงหุ้นลง
“ผลการดำเนินงานย้อนหลังของกองทุน KSDLTF ในช่วง 6 เดือน ถึง 1 ปีที่ผ่านมา เอาชนะผลตอบแทนจากตลาดหุ้นไทยซึ่งค่อนข้างผันผวนได้ดี เนื่องจากกองทุนนี้แตกต่างจากกองทุน LTF ทั่วไปตรงที่นอกจากจะลงทุนในหุ้นแล้วกองทุนนี้ยังลงทุนในสัญญาขายล่วงหน้าในดัชนีหุ้นด้วย ทำให้ได้ผลตอบแทนจากการลงทุนในสัญญาขายล่วงหน้าเข้ามาชดเชยผลขาดทุนจากหุ้นที่ปรับตัวลง โอกาสรับผลตอบแทนอาจจะไม่หวือหวา แต่ขณะเดียวกันผลกระทบจากตลาดที่ผันผวนก็จะไม่มากเท่ากับกองทุนที่ลงทุนหุ้นล้วนๆ ฉะนั้น กองทุน KSDLTF จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ สำหรับลูกค้าที่ต้องการลงทุนกับ LTF ในช่วงปลายปีนี้ แต่ยังกังวลเรื่องความเสี่ยงจากตลาดหุ้นที่ยังไม่ได้มีทิศทางบวกอย่างชัดเจน หรือรับความเสี่ยงจากตลาดหุ้นได้ไม่มากนัก
“ทั้งนี้หากสถานการณ์ในปีหน้ามีความชัดเจนในทางบวกมากขึ้นจากปัญหาวิกฤตหนี้ยุโรปที่คลี่คลายและเศรษฐกิจโลกปรับตัวดีขึ้น ก็สามารถสับเปลี่ยนจากกองทุน KSDLTF ไปยังกองทุน LTF อื่นๆ เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนจากตลาดหุ้นขาขึ้นได้” นายประเสริฐ กล่าว
ด้านนายสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์กองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า ระยะสั้นยังเห็นพัฒนาการการแก้ปัญหาหนี้ยุโรปและแนวโน้มที่ดีของเศรษฐกิจสหรัฐและเศรษฐกิจโลก จึงคงคำแนะนำเก็งกำไรในระยะสั้น โดยมองโอกาสยังเป็นของนักลงทุนที่ชอบความเสี่ยง
กองทุนที่แนะนำยังเป็นประเภท Index Fund ของ บลจ.แอสเซทพลัส ใน 2 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดแอสเซทพลัสเอสแอนด์พี 500 (ASPS&P 500) ซึ่งเป็นกองทุนอีทีเอฟที่ลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐและกองทุนเปิดแอสเซทพลัสเอชเอสไอ (ASPHSI) ซึ่งลงทุนในกองทุนฮั่งเส็ง อินเด็กซ์ อีทีเอฟในตลาดหุ้นฮ่องกง
สำหรับตลาดหุ้นไทยให้รอดูก่อน แม้ปัญหาน้ำท่วมคลี่คลายในทางที่ดีขึ้นแต่ยังไม่น่าไว้ใจ แนะนำให้ถือลงทุนกองทุน KSDLTF ต่อ







