
กสทช.เล็งเคาะแผนแม่บทสัปดาห์หน้า
"บอร์ดกสทช."เล็งสรุปแผนแม่บทคลื่นความถี่สัปดาห์หน้า หลังล่าสุดหารือคืบหน้าไปแล้ว 90%
"บอร์ดกสทช."เล็งสรุปแผนแม่บทคลื่นความถี่สัปดาห์หน้า หลังล่าสุดหารือคืบหน้าไปแล้ว 90%
น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการ หรือ บอร์ดในสัปดาห์หน้าคาดว่าจะได้ข้อสรุปเรื่องแผนแม่บทบริหารคลื่นความถี่ หลังจากการประชุมเมื่อ 16 พ.ย. ที่ผ่านมาได้หารือเกี่ยวกับร่างแผนแม่บทฯที่รักษาการ กสทช. ยกร่างไว้ และคืบหน้าแล้ว 90%
ทั้งนี้ ประเด็นหลักที่ยังถกเถียงกันคือแนวทางในการบริหารคลื่นและจัดสรรคลื่น ซึ่งตกลงรูปแบบกันไม่ได้ แต่เชื่อว่าจะได้ข้อยุติที่จะทำให้แผนแม่บทบริหารคลื่นเสร็จเป็นรูปเป็นร่าง และไม่ต่างจากร่างเดิมที่ยกไว้มากนัก เพื่อนำมาประชาพิจารณ์หลังจากนั้นจะเดินหน้าทำร่างแผนแม่บทอีก 2 แผนคือการประกอบกิจการโทรคมและการประกอบกิจการวิทยุโทรทัศน์
สำหรับประเด็นที่ยังสรุปไม่ได้ คือเรื่องระยะเวลาในการคืนคลื่นความถี่ของหน่วยงานรัฐ นอกจากคลื่นที่ได้สัมปทาน ว่าควรให้คืนภายในกี่ปีทั้งวิทยุโทรทัศน์และโทรคมนาคม จะต้องให้เวลากี่ปี โดยจะแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ คลื่นที่ได้รับสัมปทาน คลื่นที่ได้รับอนุญาตให้ใช้จากรัฐ และคลื่นที่ส่วนราชการ หน่วยงานรัฐใช้งานอยู่และต้องแจ้งความจำเป็นในการถือครองต่อ ตามมาตรา 82 พ.ร.บ. กสทช. ซึ่งระบุให้ กสทช. ต้องกำหนดระยะเวลาในการคืนคลื่นความถี่มาจัดสรรใหม่ทั้งหมด
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นว่าจำเป็นต้องมีการระบุไว้ในข้อต่อท้ายหรือไม่ หากมีเหตุฉุกเฉินว่าจะต้องนำคลื่นมาใช้ก่อนเวลาที่ กสทช. สิ้นสุด
ส่วนประเด็นเรื่องการเรียกคลื่นคืนความถี่ยังของสถานีวิทยุ 1 ปณ. จำนวน 9 สถานี ยังไม่ได้หารือเพิ่มเติมในบอร์ด แต่ขอยืนยันว่าไม่ใช่การยึดคลื่น เพราะ คลื่น 1 ปณ. เป็นของ กสทช. อยู่แล้ว ซึ่งบอร์ดมีมติให้ระงับการดำเนินการใดๆ ในการจัดทำหรือขยายสัญญากับเอกชนจนกว่าจะมีแนวทางดำเนินการอื่น
"เดิมสัญญาหมดปลายปี 2553 แต่ได้มีการทำข้อตกลงท้ายสัญญาเพิ่มเพื่อไม่ให้ผูกมัดกับ กสทช. กระบวนการหลังจากนี้ สำนักงาน กสทช. จะต้องไปแจ้งกับเอกชนในฐานะคู่สัญญา และหากเอกชนไม่พอใจในเงื่อนไขจะต้องเจรจากับสำนักงาน ไม่ใช่หน้าที่ของบอร์ดในการเจรจาธุรกิจกับเอกชน ซึ่งทุกคนที่ไม่พอใจในมติ กสทช. ก็มีสิทธิจะฟ้องต่อศาลปกครองได้ แต่การเจรจาจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ซึ่งทางสำนักงานก็ยืนยันว่าได้มีการแจ้งให้เอกชนทราบอยู่เป็นระยะๆ แล้วถึงความไม่แน่นอนของสัญญา"น.ส.สุภิญญากล่าว
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการชุดเล็กฝั่งวิทยุโทรทัศน์มีแนวคิดจะให้เอกชนทำต่อไปอีก 6 เดือน เพื่อให้เป็นแบบอย่างกับหน่วยงานอื่นว่าไม่ควรจะให้ระยะเวลา 1 ปี เท่ากับที่อาจจะเปิดให้เอกชนดำเนินการไปก่อนในระหว่างที่หน่วยงานรัฐดำเนินการตามมาตรา 82 ดังนั้น จึงอาจปรับเปลี่ยนเงื่อนไขต่างๆได้ หากได้นำเสนอให้บอร์ดใหญ่พิจารณา







