
ไอแบงก์ลงทุนM-AAA30%
ชอบการันตีผลตอบแทนสูงเจ้าของเดิมถือหน่วยแค่5%
ชอบการันตีผลตอบแทนสูงเจ้าของเดิมถือหน่วยแค่5%
MAAA กองทุนอสังหาฯ กองแรกที่เจ้าของยอมถือเพียง 5% ธนาคารอิสลามลงทุน 30%
นายไชยยันต์ ไตรสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท พีพี ไอแลนด์ วิลเลจ เปิดเผยว่า การที่ตนเองขายสินทรัพย์ ซึ่งประกอบด้วย ที่ดินอาคารและสิ่งปลูกสร้างของโรงแรมพีพี ไอแลนด์ วิลเลจ บีช ให้กับกองทุนอสังหาริมทรัพย์เอ็มเอฟซี อะเมซิ่ง อะลา อันดามัน (MAAA) และถือหน่วยลงทุนในกองทุนดังกล่าวเพียง 5% ไม่เหมือนกับเจ้าของรายอื่นที่มักจะถือเต็มเพดานถึง 33% เพื่อรักษาความเป็นเจ้าของ แต่เนื่องจากตัวเองมีอายุมากใกล้วัยเกษียณแล้ว และไม่มีทายาทเข้ามารับช่วงต่อในการบริหาร จึงลงทุนเพียงเท่านี้
“ตอนแรกผมซื้อกองทุนเพียง 10 ล้านหน่วยเท่านั้น เพราะไม่มีเงินสด ผู้บริหารกองทุนบอกว่าควรเพิ่มการลงทุนมากขึ้นกว่านี้เพื่อแสดงความเชื่อมั่นให้ผู้ถือหน่วยลงทุน ซึ่งวันที่ 15 พ.ย.ที่ MAAA เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ วันแรก ผมก็ซื้อเพิ่มอีก 30 ล้านหุ้น จนตอนนี้ถือทั้งหมด 40 ล้านหุ้นแล้ว” นายไชยยันต์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม อนาคตถ้าเป็นไปได้ก็อยากถือหน่วยลงทุนเพิ่มเป็น 20% เพราะมีความผูกพันกับโรงแรมนี้มานานกว่า 26 ปี และยังเป็นสมบัติที่ได้รับจากแม่
“ผมยังมีสัญญาในการบริหารโรงแรมให้อีก 2 ปี เพื่อบริหารและอยู่ช่วยแนะนำงานให้กับ Outrigger Enterprises Group ผู้ที่มารับช่วงต่อในการบริหารโรงแรมวันที่ 1 พ.ย. 2555” นายไชยยันต์ กล่าว
ด้านนายทอมมี่ เตชะอุบล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกองทุนอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอ็มเอฟซี ซึ่งบริหารกองทุน MAAA กล่าวว่า กรณีเจ้าของเดิมลงทุนไม่ถึง 33% ไม่ได้ความว่าสินทรัพย์นั้นไม่น่าลงทุนหรือไม่ดี อาจจะเป็นเพราะรู้สึกอิ่มตัวกับการบริหารหรือไม่มีทายาทสืบทอดการบริหารต่อ
ขณะที่กองทุนนี้ถือเป็นสินทรัพย์ที่อยู่ในเกาะ 1 ใน 10 ที่ดีที่สุดในโลก อีกทั้งการที่ Outrigger ซึ่งเป็นผู้นำด้านการบริหารธุรกิจโรงแรมแถบเอเชียแปซิฟิกขนาดใหญ่มีประสบการณ์ 60 ปี สนใจมารับบริหารโรงแรมนี้ต่อแสดงว่าโรงแรมนี้มีความน่าสนใจมากพอ
นายธีรศักดิ์ สุวรรณยศ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) กล่าวว่า ไอแบงก์ลงทุนในกองทุน MAAA ถึง 30% เนื่องจากกองทุนนี้การันตีผลตอบแทนที่สูงและไม่ขัดการลงทุนตามหลักศาสนาอิสลาม อีกทั้งเห็นศักยภาพของกองทุนที่มีสินทรัพย์ที่มั่นคง และแนวโน้มการท่องเที่ยวในภาคใต้ศักยภาพมีโอกาสที่จะเติบโตอีกมาก
ธนาคารสามารถลงทุนได้ 10% ของพอร์ตลงทุน 3,000 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ยังมีเม็ดเงินลงทุนเหลืออีกจำนวนมากที่จะหาโอกาสและจังหวะการลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์เพิ่ม ส่วนการออกพันธบัตรอิสลาม (ซูคุก) นั้นจะต้องชะลอออกไปก่อน และต้องพิจารณาอีกครั้งในปีหน้า







