
หวั่นการเมืองป่วน รัฐใจไม่ถึงลงทุน ฉุดไทยวืด ชิงจัดงานเวิลด์ เอ็กซ์โป 2020
8...พีรดา ปราศรีวงค์
สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) สสปน. ได้ตีฆ้องประกาศถึงความพร้อมของประเทศไทยมาร่วม 3 เดือนที่จะเข้าร่วมศึกชิงการเป็นเจ้าภาพจัดงานเวิลด์ เอ็กซ์โป 2020 ซึ่งเป็นการจัดการแสดงสินค้าและการบริการของสมาชิกกว่า 150 ประเทศ
ทั่วโลกแข่งโชว์ศักยภาพ
ผ่านงานดังกล่าว
นับจากนี้มีระยะเวลากว่า 10 ปี ที่ประเทศไทยจะเตรียมความพร้อมในทุกด้าน โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกที่จะแห่แหนมาเป็นส่วนหนึ่งในการชมนวัตกรรมของแต่ละประเทศนั้น ถือเป็นระยะเวลาที่สมน้ำสมเนื้อและเพียงพอต่อการเตรียมตัว
ทว่า ความพร้อมด้านการลงทุนนั้น ยังเป็นคำถามที่ต้องวัดใจรัฐบาลไทยว่าจะกล้ามากน้อยเพียงไหน เพราะ สสปน.ได้ประมาณการงบเบื้องต้นราว 2 หมื่นล้านบาท บนเนื้อที่กว่า 1,000 ไร่ ซึ่งเหมือนเป็นการเนรมิตเมืองใหม่ขึ้นมารองรับการจัดงานนี้โดยเฉพาะ
นอกจากนี้ ปัญหาที่หนักอกคนไทยเกือบทั้งประเทศ คือปัญหาทางการเมืองไทยที่ยังแขวนอยู่บนเส้นด้าย พร้อมที่จะขาดหลุดร่วงได้ตลอดเวลานั้น เชื่อว่าจะส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของผู้จัดงานและนักท่องเที่ยวไม่มากก็น้อย
ซึ่งล่าสุด สสปน.ได้จัดเวทีสัมมนา โอเพน เดย์ หรือ ไทยแลนด์ ฟอร์ เวิลด์ เอ็กซ์โป 2020 เมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการจากทุกอุตสาหกรรม เช่น ธุรกิจท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจการจัดกิจกรรม ฯลฯ ราว 400 คน ร่วมแสดงความคิดเห็น เพื่อรวบรวมแนวคิดดังกล่าวจัดทำเป็นแผนนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเดือนมี.ค.
โดย เสริมคุณ คุณาวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีเอ็ม ออร์กาไนเซอร์ บริษัทรับจัดงานอีเวนต์ สะท้อนความคิดเห็นว่า เอกชนมีความกังวลในสองเรื่องหลักที่จะทำให้ประเทศไทยพลาดหวังจากการเป็นเจ้าภาพจัดงานเวิลด์ เอ็กซ์โป 2020 คือ เรื่องปัญหาทางการเมืองของประเทศไม่นิ่ง ซึ่งในความเป็นจริงการจัดงานจะมีขึ้นในอีก 10 ปีข้างหน้า แต่ระยะเวลาตั้งแต่ปีนี้ จนถึงปี 2557 ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศไทยต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาคมโลกถึงความพร้อม หากการเมืองยังสั่นคลอนอาจส่งผลต่อการพิจารณาตัดสินของผู้จัดงานในปี 2557 ได้
แนะรัฐออกพันธบัตร
เวิลด์ เอ็กซ์โประดมทุน
นอกจากนี้ ปัญหาใหญ่ที่จะดับฝันให้โครงการนี้ไปไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ ไม่แพ้ปัญหาทางการเมือง คือ ความพร้อมด้านการลงทุนของรัฐบาลไทย ซึ่งเอกชนไม่แน่ใจว่ารัฐบาลจะกล้าหาญพอและมีความพร้อมที่จะลงทุนโครงการที่มีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท ในภาวการณ์ที่การเงินการคลังของประเทศยังไม่พร้อมต่อการลงทุนมากนัก
การแก้ปัญหาดังกล่าว รัฐบาลอาจใช้วิธีการออกพันธบัตรเวิลด์ เอ็กซ์โป เพื่อระดมทุนจากภาคประชาชนมาลงทุนเรื่องพื้นที่การจัดงาน รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ในการรองรับการเดินทางของนักท่องเที่ยว เพราะต้องยอมรับว่าหากประเทศไทยสามารถเป็นเจ้าภาพจัดงานเวิลด์ เอ็กซ์โปได้นั้น จะมีความคุ้มค่าทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการศึกษาตามมาอย่างมหาศาล ซึ่งเชื่อว่าเม็ดเงินจะหมุนเวียนเข้าประเทศจะสูงกว่าเม็ดเงินที่รัฐบาลใช้ลงทุน
อย่างธุรกิจจัดงานอีเวนต์ของประเทศไทย ซึ่งบางบริษัทมีเครือข่ายในระดับนานาชาตินั้น สามารถเชื่อมเครือข่ายการจัดงาน และเชื่อว่าจะทำให้ธุรกิจนี้เติบโตกว่า 10 เท่าตัว เทียบจากปัจจุบันมูลค่ารวมเฉลี่ยที่ 1.2 หมื่นล้านบาท/ปี
โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของประเทศจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด เพราะประเทศที่เข้าร่วมงานเวิลด์ เอ็กซ์โป จะลงทุนก่อสร้างพาวิลเลียน (อาคารแสดงสินค้า) ของประเทศตนเอง จากสถิติพบว่าแต่ละประเทศใช้งบการลงทุนเฉลี่ยที่ 600800 ล้านบาท เช่น ประเทศไทยใช้งบราว 600 ล้านบาท สร้างอาคารดังกล่าวภายในงานเวิลด์ เอ็กซ์โป 2010 ที่มณฑลเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งจะจัดงานระหว่างวันที่ 1 พ.ค.31 ต.ค.นี้ คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานกว่า 70 ล้านคน เป็นต้น
ขณะที่ในปีนั้น คาดว่าจะมีเงินสะพัดเฉพาะธุรกิจการก่อสร้างพาวิลเลียนในประเทศไทย ราว35 แสนล้านบาท โดยจะมีการจ้างงานภายในประเทศกว่า 80%
โหมโรงสร้างความพร้อม
เสริมคุณ เล่าว่า สสปน.และรัฐบาลต้องพยายามส่งเสริมให้คนไทยตื่นตัว และเห็นถึงความสำคัญและผลประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับเต็มๆ จากการเป็นเจ้าภาพ ด้วยการแสดงพลังของประชาชน เช่น การติดตั้งธงชาติการเป็นเจ้าภาพให้ทั่วเมือง เหมือนที่จีนได้รณรงค์ให้คนในชาติเห็นถึงความสำคัญเพื่อแสดงพลังออกมา
ในส่วนนี้รัฐบาลอาจต้องใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท เพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในการประกาศศักยภาพความพร้อมที่มีให้ออกสู่สายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก รวมถึงการล็อบบี้ให้ผู้ที่ให้สิทธิการจัดงานได้เห็นถึงศักยภาพประเทศไทยด้วย
นายกพัทยา ชงพื้นที่ชลบุรีพร้อมจัด
อิทธิพล คุณปลื้ม นายกเทศบาลเมืองพัทยา เล่าว่า เป็นเรื่องที่ดีหากประเทศไทยจะชิงการเป็นเจ้าภาพจัดงานเวิลด์ เอ็กซ์โป เพราะเป็นงานมหกรรมระดับโลก มหาชนทั่วโลกให้ความสนใจและจับตามองความเคลื่อนไหว ซึ่งจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายทางด้านสินค้าและบริการเป็นทุนเดิม
ทั้งนี้ ในด้านพื้นที่การจัดงาน เทศบาลเมืองพัทยาจะเสนอให้ภาครัฐใช้พื้นที่ จ.ชลบุรี เป็นสถานที่การจัดงาน เพราะมีพื้นที่ว่างโล่งให้เลือกหลายพื้นที่ เช่น บริเวณอ่างเก็บน้ำ เขต อ.บางละมุง บริเวณท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งเป็นพื้นที่ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย และการนิคมแห่งประเทศไทย (กนอ.) บริเวณหาดยาง อ.สัตหีบ เป็นต้น โดยแต่ละพื้นที่มีบริเวณว่างหลายหมื่นไร่
นอกจากนี้ จ.ชลบุรี มีระยะทางไม่ไกลจาก กรุงเทพมหานคร รวมถึงภาครัฐมีแผนการลงทุนรถไฟฟ้าความเร็วสูงไปยังอีสเทิร์น ซีบอร์ด
ด้าน อรรคพล สรสุชาต ผู้อำนวยการ สสปน. เล่าว่า ในเบื้องต้น พื้นที่บริเวณปทุมธานี นนทบุรี ฉะเชิงเทรา และชลบุรี ถือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพ ซึ่งขั้นตอนต่อไป สสปน.ต้องหารือร่วมกับทุกหน่วยงานเพื่อคัดเลือกพื้นที่ในลำดับต่อไป
ความฝันในการเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ เพื่อยกระดับให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) การประชุมในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงเป็นผู้นำในกลุ่มอาเซียนได้หรือนั้นขึ้นอยู่กับการร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่าย ไม่เว้นแม้แต่ภาคประชาชน จึงถือได้ว่าความพยายามในการผลักดันของ สสปน. ในครั้งนี้ จะเป็นก้าวสำคัญที่จะประกาศชื่อประเทศไทยในแผนที่โลกไม่มากก็น้อย







