
บุญทรงแจงโครงการรถ-บ้านใช้งบปี56
"บุญทรง"แจงโครงการรถคันแรก-บ้านหลังแรกใช้งบประมาณปี56 ซัดฝ่ายค้านเสนอไม่ตรงความจริง
"บุญทรง"แจงโครงการรถคันแรก-บ้านหลังแรกใช้งบประมาณปี56 ซัดฝ่ายค้านเสนอไม่ตรงความจริง
นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมช.คลัง กล่าว ระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2555 โดย ชี้แจงในประเด็นข้อเรียกร้องให้ยุตินโยบายรถคันแรก และ บ้านหลังแรก เพื่อนำไปเงินไปใช้ฟื้นฟูน้ำท่วม ว่า นโยบายดังกล่าวรัฐบาลยังไม่ได้บรรจุรายละเอียดค่าใช้จ่ายเม็ดงบประมาณสำหรับดำเนินโนยบายไว้ในร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายร่ายประจำปีงบประมาณ2555 แต่จะไปดำเนินนโยบายดังกล่าวในปีงบประมาณ 2556 ซึ่งตรงนั้นถึงจะมีรายละเอียดของการใช้จ่ายงบประมาณ ดังนั้น การที่เรียกร้องให้ยกเลิกโครงการดังกล่าวตามที่ฝ่ายค้านเสนอจึงไม่ตรงกับความเป็นจริง
นอกจากนี้ นโยบายดังกล่าวเป็นช่วยเหลือประชาชนให้ได้มีรถยนต์เพื่อในการประกอบอาชีพและดำรงชีวิตและนโยบายนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะใช้เงินทันทีเพราะผู้ซื้อรถยนตร์ต้องจ่ายเงินซื้อรถเต็มราคาก่อนถึงจะสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ในปีต่อไป รวมไปถึงการมีนโยบายบ้านหลังแรกเพื่อให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง ซึ่งไม่ได้ช่วยในลักษณะเป็นเม็ดให้กับประชาชน แต่เป็นลักษณะของการให้สิทธิ์กับประชาชนในการลดหย่อนภาษีแทน
นายอลงกรณ์ พลบุตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อดีตรมช.พาณิชย์ กล่าวว่า รู้สึกกังขาในภาวะผู้นำ ความรู้ความสามารถของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะตอบโจทย์และสร้างความเชื่อมั่นให้อาเซียน ว่าจะฟื้นฟูอุตสาหกรรมทั้งด้านรถยนต์ คอมพิวเตอร์ อเลคโทรนิค โลจิสติกส์ที่หายไปกับอุทกภัยที่ท่วม 7 นิคมอุตสาหกรรมได้หรือไม่ เพราะทั้ง 7 นิคมนี้ถือเป็นหัวใจและเขตเศรษฐกิจพัฒนาประเทศ และยังมีประชาชนที่ตกงานหลายแสนคน
นายอลงกรณ์ กล่าวว่า รัฐบาลจะตอบโจทย์ได้อย่างไร การบริหารงานที่ผิดพลาดและสับสนทำให้ประเทศเกิดความสูญเสีย ต่างประเทศไม่ให้ความเมื่อมั่น รัฐบาลรู้อยู่แล้วว่าจะมีปริมาณน้ำมหาศาล และมีพายุอีก 5 ลูกพัดเข้าไทย แต่กลับบริหารจัดการน้ำผิดพลาดล้มเหลว เมื่อเกิดเหตุน้ำท่วมแล้วรัฐบาลยังไม่มีแผนอพยพหรือฟื้นฟูประชาชนที่เดือดร้อน คงต้องจับตาต่อไปว่านิคมบางชัน-ลาดกระบัง-บางปู จะเกิดเช่นเดียวกับ 7 นิคมหรือไม่ เชื่อว่างบประมาณ 2.38 ล้านล้านบาท ยังมีข้อกังขาในสภาวะผู้นำไร้ประสบการณ์ จะสามารถบริหารงบประมาณเพื่อฟื้นฟูประเทศได้หรือไม่ ขอตั้งชื่องบประมาณปี55 ว่าเป็นฉบับกู้ท่วม เนื่องจากรัฐบาลประเมินการเก็บรายได้ที่ไท่สอดคล้องกับการจัดเก็บภาษี







