posttoday
นิคมฯสหรัตนนครเลื่อนสูบน้ำออกจากพื้นที่

นิคมฯสหรัตนนครเลื่อนสูบน้ำออกจากพื้นที่

09 พฤศจิกายน 2554

สหรัตนนครเลื่อนสูบน้ำออกจากนิคมฯหลังน้ำจากแม่น้ำลพบุรีไหลเข้าพื้นที่เพิ่ม คาดเริ่มสูบได้ต้นธ.ค.

"สหรัตนนคร"เลื่อนสูบน้ำออกจากนิคมฯหลังน้ำจากแม่น้ำลพบุรีไหลเข้าพื้นที่เพิ่ม คาดเริ่มสูบได้ต้นธ.ค.

นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะคณะทำงานฟื้นฟูนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร กล่าวว่า ขณะนี้นิคมอุตสาหกรรมสรัตนนครจำเป็นต้องเลื่อนแผนการสูบน้ำออกจากพื้นที่นิคมฯ ออกไปจากเดิมที่กำหนดจะสูบน้ำออกในวันที่ 10 พ.ย. 2554 เนื่องจากถนนบ้านขล้อ-ตาลเอน ที่ตัดผ่านหน้านิคมฯถูกน้ำกัดเซาะจนพังความยาวประมาณ 100 เมตร ส่งผลให้น้ำจากแม่น้ำลพบุรีไหลเข้ามาในพื้นที่นิคมฯเพิ่มขึ้นอีก ทำให้ไม่สามารถสูบน้ำออกได้ จึงต้องรอให้มีการซ่อมถนนให้เสร็จ และรอให้ระดับน้ำลดจนอยู่ในระดับที่เหมาะสมถึงจะเริ่มสูบน้ำออก ซึ่งคาดว่าอย่างเร็วน่าจะเริ่มสูบออกได้ในช่วงต้นเดือนธ.ค.2554

ทั้งนี้ ทางการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ได้ทำหนังสือให้นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.อุตสาหกรรม ลงนาม เพื่อเสนอถึงศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม (ศปภ.) ของบประมาณในการซ่อมแซมถนนเร่งด่วน เนื่องจากเป็นถนนของกรมทางหลวง จึงเป็นความรับผิดชอบของภาครัฐที่ต้องเร่งซ่อมแซม ซึ่งในกระบวนการของบประมาณและดำเนินการซ่อมแซมอาจจะใช้เวลานาน

ขณะที่ทางกนอ.จะใช้แนวทางการเจาะลอดใต้ถนนสาย 3032 เพื่อเป็นทางระบายน้ำออกนอกพื้นที่นิคมฯ ซึ่งถนนสายดังกล่าวเป็นของกรมทางหลวงชนบท อยู่บริเวณด้านหลังของนิคมฯ และได้ขออนุญาตดำเนินการเรียบร้อยแล้ว งบประมาณที่ใช้ในการเจาะถนนคาดว่าจะใช้ประมาณหลายล้านบาท โดยมีผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย และให้ทหารช่างเข้ามาช่วยดำเนินการเจาะถนน

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการเจาะถนนเพื่อระบายน้ำแล้ว แต่หากยังมีน้ำไหลเข้าบริเวณหน้านิคมฯอยู่อย่างต่อเนื่อง การระบายน้ำก็จะไม่ได้ผล จึงต้องเร่งซ่อมแซมถนนที่พังให้เร็วที่สุด โดยขณะนี้ระดับน้ำขึ้นสูงกว่าแนวเขื่อนคันดินอยู่ 1.70 เมตร

นายณัฐพล กล่าวว่า นิคมฯสหรัตนนครอยู่ระหว่างการเข้าแผนฟื้นฟูกิจการ โดยมีบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) เป็นเจ้าหนี้ การลงทุนเพิ่มเติมจึงทำได้ยาก เพราะต้องขึ้นอยู่กับนโยบายภาครัฐ

สำหรับนิคมฯสหรัตนนครมีพื้นที่ 1,441 ไร่ จำนวนโรงงาน 43 โรง จำนวนคนงาน 1.46 หมื่นคน มูลค่าการลงทุน 9,472 ล้านบาท โดยกลุ่มอุตสาหกรรมส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือวิทยาศาสตร์ กลุ่มยาง พลาสติกและหนังเทียม กลุ่มเหล็กและผลิตภัณฑ์โลหะ กลุ่มเครื่องหนัง ขนสัตว์ และเครื่องแต่งกาย และกลุ่มเครื่องยนต์ เครื่องจักร และอะไหล่

ขณะที่นักลงเป็นนักลงทุนญี่ปุ่น 78.7% จีน 6.06% เยอรมัน 6.06% อเมริกา 3.03% ไทย 3.03% และเดนมาร์ก 3.03% 

ข่าวล่าสุด

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท