
กระทงจมน้ำปีนี้ไม่สะพัดแย่สุดรอบ5ปี
ลอยกระทงเหงา ใช้จ่าย 8,100 ล้าน ลด 16.5% จากปีก่อน น้อยสุดรอบ 5 ปีจากน้ำท่วม คนตั้งใจลอยกระทงน้อยลง
ลอยกระทงเหงา ใช้จ่าย 8,100 ล้าน ลด 16.5% จากปีก่อน น้อยสุดรอบ 5 ปีจากน้ำท่วม คนตั้งใจลอยกระทงน้อยลง
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในวันลอยกระทงปี 2554 วันที่ 15 พ.ย.นี้ 1,224 ตัวอย่างพบการใช้จ่ายวันลอยกระทงปีนี้จะอยู่ที่ 8,100 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 16.5% เนื่องจากน้ำท่วม ถือเป็นการใช้จ่ายที่แย่สุดในรอบ 5 ปี ตั้งแต่ปี 2550 ที่ใช้จ่าย 8,200 ล้านบาท
หากไม่มีสถานการณ์น้ำท่วมคาดการใช้จ่ายน่าจะอยู่ที่ 1.07 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10.3% โดยมูลค่าที่หายไป 2,600 ล้านบาท เป็นผลมาจากเขต กทม. และปริมณฑล ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีการใช้จ่ายในช่วงลอยกระทงค่อนข้างเยอะ ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม รวมทั้งคนที่ต้องการไปลอยกระทงก็ลดลงจากปีก่อน โดยปีนี้มีผู้ที่คาดว่าจะไปลอยกระทงเพียง 48.9% จากปีก่อนมี 52.7% และปี 2552 มี 75.3%
สำหรับเหตุผลที่ประชาชนไม่ไปลอยกระทง 24.2% ตอบว่าน้ำท่วม 23.1% ต้องการประหยัด ขณะค่าใช้จ่ายต่อคนก็ลดลงจาก 1,390 บาท เหลือ 1,225 บาท14.2% เศรษฐกิจไม่ดี 8.3% ไม่มีอารมณ์ไปลอยกระทง และ 7.1% กลัวอันตราย ส่วนคนที่ต้องการไปลอยกระทง เนื่องจาก 55% เพื่อขอพร 32.1% เป็นประเพณี 7.9% เพื่อผ่อนคลายความเครียด เป็นต้น
ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการลอยกระทงเฉลี่ยรวม 1,225 บาทต่อคน ลดลงจากปีก่อนที่มีค่าใช้จ่าย 1,390 บาทต่อคน โดยผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเฉลี่ยใช้จ่าย 944 บาทต่อคน และผู้ที่ไม่ได้รับผลกระทบเฉลี่ยใช้จ่าย 1,282 บาทต่อคน ส่วนราคาสินค้าเพิ่มขึ้นจากปีก่อนทุกรายการทั้ง กระทง พลุ อาหาร ดอกไม้ และค่าเดินทาง
ด้านความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมและเศรษฐกิจผู้ตอบ 42.7% ได้รับผลกระทบแล้ว และ57.3% น้ำยังไม่ท่วม โดยเฉลี่ยจำนวนวันที่น้ำท่วม 16-30 วัน จำนวน 37% และ 31.45 วันจำนวน 24.2% ซึ่งผู้ตอบคาดว่าน้ำที่ท่วมอยู่ในปัจจุบันจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่อยู่อาศัยนาน 2 เดือน และส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตมาก เนื่องจากมีความเครียดมากขึ้น มีความยากในการซื้อสินค้ามากขึ้น มีการออมน้อยลง
ผู้ตอบจำนวน 48.5% จะสามารถรับภาระในกรณีที่ไม่มีรายได้หรืองานทำในช่วงน้ำท่วมนาน 2 เดือน 29.5% นาน 1 เดือน และ 21.4% นาน 3 เดือน และหากรายได้ไม่พอกับรายจ่าย 34.8% จะดำเนินการกู้ยืม 29.8% นำเงินออมออกมาใช้ 21.2% จำนำทรัพย์สินที่มี เนื่องจากผู้ตอบมอว่าการตัดสินใจดำเนินการใช้จ่ายในช่วง 3 เดือนข้างหน้าจะมีมากขึ้น จากการซื้ออาหารการกิน ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ซื้อเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน และการซ่อมแซมบ้านเรือน
สำหรับสิ่งที่ต้องการให้ให้รัฐบาลช่วยดูแล ได้แก่ ชดเชยค่าเสียหายไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ทำกินหรือบ้านเรือน ทรัพย์สิน จัดหาวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านราคาถูก จัดหาอุปกรณ์ทำมาหากิน แก้ปัญหาสินค้าราคาแพง เป็นต้น
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งฟื้นฟูประชาชนทั่วไปให้เร็วที่สุดหลังน้ำลด เพราะหากประชาชนขาดสภาพคล่องจะเกิดปัญหาหนี้นอกระบบตามมาอย่างแน่นอน เนื่องจากคนทั่วไป หรือธุรกิจขนาดจิ๋วไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน หรือมาตรกาช่วยเหลือของรัฐบาล เช่น มาตรการด้านภาษี หรือสิทธิประโยชน์ต่างๆ เพราะหากประชาชนไม่ได้รับการฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศจะฟื้นฟูยาก เนื่องจากไม่มีกำลังซื้อ ซึ่งรัฐบาลควรจัดให้มีการปล่อยกู้ขนาดเล็ก หรือไมโครไฟแนนซ์ เช่น กองทุนหมู่บ้าน หรือธนาคารชุมชน เพื่อให้เงินกระจายเข้าสู่พื้นที่ห่างไกลมากที่สุด
ด้านการช่วยเหลือหลังน้ำท่วม คนต้องการให้ช่วยค่าซ่อมแซมบ้าน และช่วยเสริมสภาพคล่อง







