
หั่นกำไรเมเจอร์หลังปิด10สาขาLPNC-PALLผลงานดีเกินคาด
น้ำท่วมรุกคืบ เมเจอร์ฯ ประกาศปิดรัชโยธิน ฟินันเซียไซรัส ลดเป้ากำไรปีนี้ LPNCPALL ไตรมาส 3 ดีเกินคาด
น้ำท่วมรุกคืบ เมเจอร์ฯ ประกาศปิดรัชโยธิน ฟินันเซียไซรัส ลดเป้ากำไรปีนี้ LPNCPALL ไตรมาส 3 ดีเกินคาด
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย ในฐานะบริษัทจัดการของกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ไลฟ์สไตล์ แจ้งว่า โครงการเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน และโครงการซูซูกิ อเวนิว รัชโยธิน จะปิดให้บริการในวันที่ 3 พ.ย. เป็นเวลา 1 วัน
บล.ฟินันเซียไซรัส ได้ออกบทวิเคราะห์บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR) โดยปรับลดเป้าหมายกำไรปีนี้ลงจากเดิม 10% เหลือ 824 ล้านบาท แต่ยังแนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมายปีหน้า 16.40 บาท หลังจากเมเจอร์ฯ หยุดไปแล้ว 10 สาขา หรือปิดโรงหนังทั้งสิ้น 86 โรง คิดเป็นสัดส่วน 37% ของโรงหนังทั้งหมด 373 โรง และหายไป 2 หมื่นที่นั่ง หรือ 22% ของทั้งหมดที่มีอยู่ 9.1 หมื่นที่นั่ง
แหล่งข่าวจาก MAJOR เปิดเผยว่า สาขาที่ปิดคิดเป็นจำนวนไม่มากเมื่อเทียบกับสาขาทั้งหมด 51 แห่ง แต่นับตั้งแต่เดือน ก.ย.เป็นต้นมาที่มีปัญหาน้ำท่วม ประชาชนไม่มีอารมณ์ดูหนัง โฆษณาก็ได้รับผลกระทบ เพราะผู้ประกอบการจะตัดงบการตลาดทิ้ง ประกอบกับในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาไม่มีหนังใหม่ดึงดูดรายได้เข้ามา แต่ในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ยังมีกำไรดีอยู่
ด้านผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3 ปีนี้ บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ยังมีกำไรที่ดีอยู่ เช่น บริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) มีกำไรสุทธิ 2,173.03 ล้านบาท คิดเป็นกำไรหุ้นละ 0.48 บาท เพิ่มขึ้นถึง 30% และรวม 9 เดือนแรกกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 25.63% จากระยะเดียวกันปีก่อน โดยคณะกรรมการอนุมัติให้จัดตั้งบริษัทย่อยทางอ้อม 2 บริษัทในสาธารณรัฐประชาชนจีน
บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) ดีเกินคาด มีกำไรสุทธิ 872 ล้านบาท หรือ 0.59 บาท พุ่งขึ้น 197% และรวม 9 เดือนแรก กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 74% เป็น 1,855 ล้านบาท หรือ 1.26 บาท
ด้านตลาดหุ้นแดงเถือกทั่วเอเชีย ดัชนีหุ้นไทยทรุดหนักถึง 20 จุด ก่อนเด้งขึ้นปลายตลาดปิดที่ 957.56 จุด ลดลง 8.24 จุด โดยต่างชาติยังคงขายต่ออีกเล็กน้อย 646 ล้านบาท ส่วนรายย่อยเก็บต่อ 1,477 ล้านบาท แนวโน้มยังมีโอกาสปรับตัวลงตามความกังวลการแก้วิกฤตหนี้กรีซและยุโรป ขณะที่ปัญหาน้ำท่วมยังลุกลามมากขึ้น







