posttoday
หนี้สินท่วมครัวเรือนรัฐชดเชยให้ผู้เสียหาย

หนี้สินท่วมครัวเรือนรัฐชดเชยให้ผู้เสียหาย

04 พฤศจิกายน 2554

สถานการณ์น้ำท่วมที่ขยายวงกว้างออกไปในหลายพื้นที่

สถานการณ์น้ำท่วมที่ขยายวงกว้างออกไปในหลายพื้นที่

โดย...ทีมข่าวการเงิน

สถานการณ์น้ำท่วมที่ขยายวงกว้างออกไปในหลายพื้นที่ สร้างผลกระทบและปัญหามากมาย และปัญหาที่จะตามมาในอนาคตอันใกล้ คือ หนี้สินของครัวเรือนที่จะสูงขึ้นกลายเป็นวัวพันหลัก

เพราะน้ำท่วมนอกจากจะทำให้ทรัพย์สิน บ้านเรือน การงาน การค้าขายมีปัญหาแล้ว

หลังน้ำลดยังต้องมีภาระบูรณะซ่อมแซมบ้านเรือน มีภาระใช้จ่ายค่ากินอยู่ในช่วงที่อาจจะต้องตกงานต่อเนื่อง

โรงงานในภาคอุตสาห กรรมต้องปิดปรับปรุงจำนวนมาก ภาคเกษตรกรรมเองก็ต้องหาทุนมาทำการปลูกพืชในฤดูกาลใหม่อีก

ภาวะเช่นนี้ ถ้าครัวเรือนไหนไม่มีเงินเก็บก็จำเป็นต้องกู้ยืมเพิ่มเติม ทำให้หนี้ที่มีอยู่แล้วเพิ่มขึ้นทวีคูณ

ถ้าพิจารณาข้อมูลสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2554 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สศช.) พบว่าครัวเรือนมีสัดส่วนหนี้เพิ่มขึ้นตามลำดับตั้งแต่ปี 2545-2547 จาก 62.4% เพิ่มเป็น 66.4%

ขณะที่จำนวนเงินที่เป็นหนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ปี 2545-2554 คือ จาก 82,485 บาทต่อครัวเรือน เพิ่มเป็น 136,562 บาทต่อครัวเรือน

ถือเป็นแนวโน้มที่น่าห่วง

นิพนธ์ พัวพงศกร ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า ปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือนก็เป็นเรื่องน่าห่วง และต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดต่อไปว่าสถานการณ์น้ำลดลงแล้วจะส่งผลอย่างไร เพราะน้ำท่วมทำให้ครัวเรือนมีค่าใช้จ่ายในด้านต่างๆ เพิ่มขึ้น ทำให้คนมีหนี้สินเพิ่มขึ้นด้วย โดยเฉพาะในครัวเรือนในภาคเกษตร เพราะหลังพืชผลทางการเกษตรเสียหายก็ต้องหาทุนมาปลูกใหม่

ถ้าเป็นหนี้อยู่แล้วก็อาจจะต้องเป็นหนี้เพิ่ม เพราะยังไงก็ต้องมีเงินมาเริ่มต้นผลิตใหม่ ปลูกใหม่

ภาวะนี้รัฐบาลจึงสมควรที่จะมีการพักชำระหนี้และจ่ายค่าชดเชยให้เกษตรกรเพื่อบรรเทาปัญหาในเบื้องต้นก่อน

ส่วนระยะยาวก็ต้องจัดพื้นที่ในการแบ่งโซนเพื่อรับน้ำของภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมให้ชัดเจน ถ้าใช้พื้นที่ต่ำเป็นพื้นที่รับน้ำก็ควรต้องมีการชดเชยให้เกษตรกรเกิน 100%

หากให้เกษตรกรรับน้ำแทนเพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดกับภาคอุตสาหกรรม ยิ่งควรจะมีการชดเชยให้เกษตรกรมากขึ้น

สมมติเช่นภาคอุตสาหกรรมมีมูลค่า 300 บาท ผันน้ำเข้าในโซนพื้นที่เกษตรให้เกษตรกรรับน้ำแทน พืชผลการเกษตรเสียหายทั้ง 100 บาท ก็ควรมีการเก็บภาษีจากภาคอุตสาหกรรมมาชดเชยให้เกษตรกรไม่น้อยกว่า 100 บาท

นอกจากนี้ รัฐควรเพิ่มเติมเรื่องจิตใจ ความรู้สึกสูญเสียมาชดเชยด้วย เช่น อาจจะเป็น 150 บาท เป็นต้น เพราะภาคอุตสาหกรรมถ้าปล่อยให้ท่วมอาจจะเสียหายทั้ง 300 บาท หรือ 200 บาท

ฉะนั้น ควรนำส่วนเก็บภาษีที่เป็นผลประโยชน์ไม่เสียหายจากน้ำบางส่วนมาชดเชยให้เกษตรกร

เรื่องเหล่านี้รัฐบาลควรมองในระยะยาว ไม่อย่างนั้นจะไม่เป็นธรรมกับภาคเกษตรกรที่เป็นผู้รับภาระความเสียหาย

“รัฐบาลควรจะเริ่มสำรวจข้อมูลพื้นที่แบ่งโซนเพื่อการจัดการชดเชยในอนาคต พื้นที่ใดต่ำรับน้ำต้องย้ายโรงงานก็ต้องย้าย จะชดเชยหาพื้นที่ให้ภาคอุตสาหกรรมก็ต้องทำ หรือโรงงานอุตสาหกรรมจะยืนยันอยู่ต่อในพื้นที่เดิมเขาก็ต้องป้องกันตัวเอง มีระบบให้น้ำผ่าน เพราะอย่างออสเตรเลียพื้นที่ที่มีปัญหามากเพาะปลูกไม่ได้กระทบรุนแรง รัฐบาลจะช่วยโดยการขอซื้อที่ดินเลยเพื่อให้ไปทำการเกษตร มีทุนไปทำที่อื่น แต่ของไทยไม่ต้องถึงขนาดนั้น แค่มีระบบชดเชยที่เป็นธรรมก็พอ อย่างน้อยควรมีระบบภาษีภาคอุตสาหกรรมมาชดเชยภาคการเกษตร และที่สำคัญควรเว้นเก็บดอกเบี้ยเงินกู้ของเกษตรกร ยกให้ไปเลยอย่างน้อยช่วงหนึ่ง อาจจะ 6 เดือน หรือ 1 ปี เพื่อให้เขาตั้งตัวได้ หนี้สินไม่พอกพูนจนเกิดปัญหาในภาพรวมตามมา” นิพนธ์ กล่าว

นิพนธ์ ยังเสนอการแก้ปัญหาในระยะสั้น ให้รัฐบาลช่วยดูแลภาคอุตสาหกรรมที่ประสบปัญหาน้ำท่วมในช่วงที่ผ่านมาให้ดำเนินกิจการต่อให้ได้ เพื่อไม่ให้แรงงานจำนวนมากตกงานในอนาคต หรือในช่วงที่แรงงานเหล่านี้จะว่างงานอยู่แล้ว อย่างน้อยในช่วง 23 เดือนนี้ที่โรงงานปิดปรับปรุง รัฐบาลอาจจะจ้างงานให้แรงงานเหล่านี้ไปทำงานส่วนที่ต้องซ่อมบำรุง หรือทำความสะอาดทรัพย์สินสาธารณะ เพื่อช่วยให้มีรายได้บรรเทาปัญหาในระยะสั้นไปด้วยก็ได้

ขณะที่ ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ยอมรับว่าปัญหาแนวโน้มหนี้สินภาคครัวเรือนถือเป็นเรื่องที่น่าจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดหลังเกิดปัญหาน้ำท่วม เพราะถึงแม้จะได้มีการบรรเทาช่วยเหลือครัวเรือนในเบื้องต้นด้วยการผ่อนผันชำระหนี้ ลดหนี้ แต่ในระยะต่อไปอาจมีปัญหาเรื่องแรงงานอาจจะตกงานชั่วคราวเพิ่มขึ้นด้วย

 

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน