
หยุดส่งเงินกองเลี้ยงชีพปี’55
3องค์กรชงคลังช่วยเอกชนน้ำท่วมเปิดทางนายจ้างใดพร้อมส่งต่อได้
3องค์กรชงคลังช่วยเอกชนน้ำท่วมเปิดทางนายจ้างใดพร้อมส่งต่อได้
3 หน่วยงานชง รมว.คลัง ผ่อนผันบริษัทถูกน้ำท่วมหยุดส่งเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพชั่วคราวถึงสิ้นปี 2555 เปิดทางนายจ้างมีกำลังส่งต่อได้
น.ส.อารยา ธีระโกเมน กรรมการอำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ ในฐานะประธานกลุ่มธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา สมาคมบริษัทจัดการลงทุนได้ประชุมร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อหารือแนวทางช่วยเหลือบริษัทนายจ้างที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำท่วม โดยจะขอผ่อนผันให้หยุดนำส่งเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพชั่วคราวจนถึงสิ้นปี 2555
นอกจากนี้ ยังได้เปิดกว้างให้บริษัทนายจ้างนำส่งเงินเข้ากองทุนเพียงฝ่ายเดียวได้หากยังมีกำลังเงินอยู่ โดยให้ลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหยุดส่งเงินสะสมชั่วคราวก่อนได้
สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้จะเร่งทำหนังสือถึงนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง เพื่อพิจารณา เนื่องจากปัจจุบันกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไม่มีกฎหมายให้ยกเว้นนำส่งเงินเข้ากองทุน จึงต้องพิจารณาเป็นกรณีๆ โดยให้ รมว.คลัง เห็นชอบ
ทั้งนี้ สองกรณีดังกล่าวเป็นการผ่อนผันที่แตกต่างจากวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ที่ให้หยุดนำส่งเงินและลดเงินนำส่งเข้ากองทุนขั้นต่ำเหลือ 2% จาก 3% และปัจจุบันก็ยังไม่ได้ปรับเพิ่ม รวมถึงวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ปี 2552 ก็มีมาตรการเฉพาะหยุดส่งเงินชั่วคราวเท่านั้น
นอกเหนือจากการหยุดส่งเงินชั่วคราวแล้ว ยังขอยกเว้นค่าธรรมเนียมที่บริษัทนายจ้างต้องจ่ายให้แก่บริษัทจัดการที่บริหารกองทุนให้กรณีที่นำส่งเงินล่าช้า ซึ่งตามกฎต้องจ่าย 5% ต่อเดือนของเงินสะสมและเงินสมทบที่ต้องนำเข้ากองทุนหลังจากบริษัทได้จ่ายเงินเดือนให้แก่พนักงานแล้ว 3 วัน
“น้ำท่วมในครั้งนี้ถือว่ารุนแรงมาก และมีบริษัทได้รับผลกระทบจำนวนมาก โดยเฉพาะบริษัทที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมที่ถูกน้ำท่วมไปก่อนหน้านี้ เราจึงเสนอให้การผ่อนผันมีผลย้อนหลังตั้งแต่เดือน ก.ย.ที่ผ่านมา จากน้ำเริ่มท่วมและบางบริษัทที่นำส่งเงินล่าช้า เพราะปัญหาน้ำท่วมก็ขอยกเว้นค่าปรับให้” น.ส.อารยา กล่าว
ประธานกลุ่มธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กล่าวว่า กรณีที่บริษัทบางแห่งมีแนวความคิดช่วยเหลือพนักงานโดยให้นำเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่มีอยู่นำออกไปใช้บางส่วนเพื่อซ่อมแซมบ้านนั้นไม่สามารถทำได้ เนื่องจากกฎหมายไม่อนุญาต เพราะเป็นเงินเพื่อรองรับการเกษียณอายุ จะนำเงินออกจากกองทุนได้เมื่ออายุ 55 ปี
“หากจะนำเงินออกมาใช้มีทางเดียวคือ พนักงานจะต้องลาออกจากการเป็นสมาชิกกองทุน ซึ่งสมาคมไม่แนะนำ เพราะพนักงานจะต้องเสียภาษี อีกทั้งมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาในระยะสั้น ดังนั้นทางออกที่จะช่วยเหลือพนักงานที่ได้รับผลกระทบ บริษัทจัดการอาจหาช่องทางในการกู้เงินให้แก่พนักงานลูกจ้าง โดยคิดดอกเบี้ยอัตราถูกหรือยกเว้นดอกเบี้ยเงินกู้ให้ ซึ่ง บลจ.ทิสโก้ ก็มีลูกค้าได้รับผลกระทบ และได้นำเสนอแนวทางนี้เพื่อช่วยบรรเทาทุกข์” น.ส.อารยา กล่าว







