
พอร์ตตลท.ลงกองอนุพันธ์FIF
โพสต์ทูเดย์
— ตลาดหลักทรัพย์รับสภาพพอร์ต 1 หมื่นล้าน ปีนี้กำไรต่ำกว่าปีก่อน เป้าหมายไม่น้อยกว่ามาตรฐาน เน้นลงทุนผ่านกองทุนเล่นอนุพันธ์และ FIFนางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยถึงเงินกองทุนของตลาดหลักทรัพย์มูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท ว่าในปี 2553 คาดผลตอบแทนจากการบริหารกองทุนคงจะไม่มากเท่ากับปี 2552 ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นกำลังฟื้นตัวจากดัชนีที่อยู่ในระดับต่ำ จึงสร้างผลตอบแทนได้มากกว่า และแม้ปีนี้จะค่อนข้างบริหารกองทุนยากกว่า แต่ตลาดหลักทรัพย์ก็จะยังเน้นนโยบายการบริหารกองทุนแบบเดิม และคงสัดส่วนการลงทุนเดิมไว้
“
ปีนี้ยืนยันว่าอย่างน้อยก็ต้องทำให้ได้ตามที่ตกลงไว้กับคณะกรรม การตลาดหลักทรัพย์หรือบอร์ด คือ ต้องได้ผลตอบแทนไม่น้อยกว่าระดับมาตรฐานของตลาด” นางภัทรียา กล่าวแหล่งข่าวจากตลาดหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า การลงทุนในปี 2553 ถือว่าเป็นปีที่บริหารค่อนข้างยาก แต่เพื่อทำให้พอร์ตการลงทุนมีเสถียรภาพ ก็จะใช้กลยุทธ์กระจายความเสี่ยงเข้าช่วยบริหารพอร์ต เช่น การลงทุนทางอ้อมในกองทุนที่ใช้อนุพันธ์เป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยง และการลงทุนผ่านกองทุนที่ไปลงทุนในต่างประเทศ (FIF) เป็นต้น
สำหรับสาเหตุที่ตลาดหลักทรัพย์ไม่เข้าลงทุนเองทั้งในตราสารอนุพันธ์และลงทุนตรงในต่างประเทศ เนื่องจากบอร์ดเห็นว่าตลาดหลักทรัพย์ไม่มีผู้ชำนาญการดูแลความเปลี่ยนแปลงของการลงทุนตลอดเวลา ดังนั้นจึงน่าจะอาศัยผู้ที่มีความเชี่ยวชาญมากกว่าช่วยบริหาร
ทั้งนี้ ในส่วนของการบริหารกองทุนในปีที่ผ่านมา พอร์ตตลาดได้แบ่งเม็ดเงินเข้าไปลงทุนในตราสารหนี้กว่า 70% ตราสารทุนประมาณ 20% กองทุนอสังหาริมทรัพย์ประมาณ 3% ส่วนที่เหลือเป็นการลงทุนอื่นๆ นั้น พบว่าโดยเฉลี่ยให้ผลตอบแทนชนะตลาดโดยรวม แม้ระหว่างทางอาจมีการปรับลดสัดส่วนของตราสารทุนลงบ้างเพื่อลดความเสี่ยง เพราะได้รับบทเรียนจากการขาดทุนตามภาวะอุตสาห กรรมโดยรวมในปี 2551







