
7นิคมเสียหายยับ1.4แสนล้าน
เหตุวิกฤตน้ำท่วมยังไม่เห็นฝั่งศาลเล็งไกล่เกลี่ยหลังเหตุสงบ
เหตุวิกฤตน้ำท่วมยังไม่เห็นฝั่งศาลเล็งไกล่เกลี่ยหลังเหตุสงบ
คปภ.ประเมินใหม่ 7 นิคมอุตสาหกรรมความเสียหายน้ำท่วมเพิ่มเป็น 1.4 แสนล้านแล้ว จากเดิม 1 แสนล้าน เหตุน้ำไม่ลด
นางจันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า การรายงานความเสียหายจากบริษัทประกันภัยกรณีน้ำท่วม เมื่อวันที่ 25 ต.ค. 2554 ของ 7 นิคมอุตสาหกรรมที่ถูกน้ำท่วม คาดความเสียหายเพิ่มขึ้นเป็น 1.4 แสนล้านบาท จาก 1 แสนล้านบาท เนื่องจากระดับน้ำยังคงไม่ลด ทำให้ความเสียหายเพิ่มสูงขึ้น
สำหรับความเสียหายต่อทรัพย์สินอื่น ในส่วนของรถยนต์เสียหายแล้ว 2,004 คัน วงเงินความเสียหาย 211 ล้านบาท ทรัพย์สินอื่น 2,862 คน วงเงินความเสียหาย 5,924 ล้านบาท เสียชีวิต 58 คน ค่าสินไหมทดแทน 11 ล้านบาท
“ความเสียหายจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าไหร่ไม่สามารถประเมินได้ แต่ไม่ต้องกังวลเพราะบริษัทประกันภัยมีการทำประกันภัยต่อไป 80-85% ซึ่งขณะนี้ทางบริษัทประกันภัยได้ออกไปช่วยลูกค้าในการระดมกู้เครื่องจักร และหาผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมตามสถาบันการศึกษาต่างๆ เข้าไปช่วย” นางจันทรา กล่าว
นายวิรัช ชินวินิจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่า ทางศาลมีผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ มาขึ้นทะเบียนไว้จำนวนมาก ซึ่งพร้อมที่จะเข้าไปช่วยเหลือในการเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยกรณีเกิดข้อพิพาทระหว่างบริษัทประกันภัยกับประชาชนหลังน้ำท่วม เพื่อให้เรื่องจบก่อนที่จะนำเรื่องเข้าสู่ศาล เพราะจะทำให้ทุกฝ่ายได้รับความสะดวกและรวดเร็ว
“ถ้าเรื่องเข้าสู่ศาลจะเสียเวลามากและมีค่าจ้างทนายอีก ซึ่งที่ผ่านมาศาลสามารถไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้านประกันภัยรถยนต์สำเร็จได้ 80-90% ทำให้มีเรื่องเข้าสู่กระบวนการของศาลเพียง 10-20% เท่านั้น” นายวิรัช กล่าว
อย่างไรก็ตาม ทางศาลไม่ได้มีทีมเฉพาะกิจสำหรับข้อพิพาทหลังน้ำท่วม แต่ถือเป็นงานที่สำนักงานระงับข้อพิพาท ต้องดำเนินการตามปกติเหมือนเรื่องอื่นๆ แต่จะพยายามไกล่เกลี่ยให้ตกลงกันได้ให้มากที่สุด
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา คปภ.ได้ลงนามกับสำนักงานศาลยุติธรรม เพื่อพัฒนาระบบการระงับข้อพิพาทประกันภัยเพิ่มทางเลือกสำหรับประชาชน







