posttoday

10 วิธีพลิกวิกฤตให้กลายเป็นโอกาส (ตอนจบ)

25 ตุลาคม 2554

จากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่กล่าวถึง 5 ใน 10 วิธีพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส

จากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่กล่าวถึง 5 ใน 10 วิธีพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส

โดย..ริต้า ทัพภมาน 

เชื่อได้ว่าทุกท่านคงได้รับผลกระทบจากวิกฤตภัยธรรมชาติในครั้งนี้ไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะชาวกรุงเทพฯ ที่คงต้องลุ้นตลอดสัปดาห์นี้ว่าน้ำจะเข้ามาถึงกรุงเทพฯ ชั้นในหรือไม่ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านค่ะ วันนี้เราขอต่อให้จบกับอีก 5 วิธีที่เหลือ ดังนี้

(6) Look for opportunities for selfrecovery = มองหาโอกาสแห่งการพลิกฟื้นกลับคืนมา คนที่ประสบความสำเร็จมักจะเป็นคนที่มีวินัยในการควบคุมตัวเองสูง เชื่อมั่นในการลงมือทำอะไรดีๆ ตัวอย่างเช่น ถ้าป่วยหนักก็เป็นคนไข้ที่ดี ทำตามที่พยาบาลหรือหมอแนะนำ ไม่กล่าวร้ายชะตากรรมว่าเป็นของคนอื่น ฯลฯ เช่น พยายามทำกายภาพบำบัดให้ความแข็งแรงกลับคืนมา จะได้หายไวๆ ฯลฯ

(7) Nurture a positive view of yourself = ทะนุถนอมมุมมองด้านบวก พัฒนาตัวเองและใส่ใจสุขภาพ เพื่อให้ตัวเรามีศักยภาพสูงพร้อมรับวิกฤตเสมอ เช่น ออกแรง ออกกำลังเป็นประจำ นอนให้พอ กินอาหารครบทุกหมู่พอประมาณ เรียนรู้เรื่องใหม่อยู่เสมอ ฯลฯ นอกจากนั้นควรฝึกทำอะไรดีๆ เป็นประจำทุกวัน โดยเฉพาะการฝึกทำ “อะไรๆ” ให้ดีขึ้นคราวละเล็กละน้อย เช่น ถ้าเป็นคนขับรถก็ต้องเรียนรู้วิธีดูแลรักษารถ วิธีซ่อมรถ วิธีขับรถ ฯลฯ ให้ดีขึ้นทุกๆ วัน เป็นการต่อยอดองค์ความรู้ทุกวัน ไม่ว่าจะทำงานอะไร... ควรถามตัวเองเสมอว่าวันนี้เราทำอะไรได้ดีกว่าเมื่อวานหรือเปล่า ปีนี้เราทำอะไรได้ดีกว่าปีก่อนๆ หรือเปล่า มีทางใดที่จะทำให้ดีขึ้นไปกว่านี้อีกหรือไม่ แล้วเราจะเก่งขึ้น มั่นใจในตัวเองขึ้น พร้อมที่ฝ่าฟันวิกฤตมากขึ้นเรื่อยๆ

(8) Keep things in perspective = ใช้มุมมองที่มีเหตุผล มองโลกให้กว้างและไกลออกไป โดยใช้มุมมองที่มีเหตุผล โดยลองเขียนออกมาเป็นตัวหนังสือว่า ถ้าวิกฤตครั้งนี้หนักที่สุดจะเป็นอย่างไร และตรงกันข้าม... ถ้าเบาที่สุดจะเป็นอย่างไร และหาทางผ่อนหนักให้กลายเป็นเบา

การฝึกทำงานอาสาสมัครส่วนใหญ่จะช่วยให้คนเรามองโลกกว้างขึ้น และพบเห็นคนอื่นที่ลำบากกว่าเราอีกเยอะแยะ ตัวอย่างเช่น ถ้าเราเคยไปในเขตพายุนาร์กีสจะพบว่า หมู่บ้านบางแห่งมีคนก่อนพายุ 300 คน หลังพายุเหลือ 30 คน แถมบ้านยังพังเกือบหมด บ่อน้ำก็เต็มไปด้วยน้ำเค็ม ฯลฯ ยิ่งเห็นโลกมากขึ้นเท่าไร... ภัยพิบัติของเราก็จะดูเล็กลงไปเรื่อยๆ ตรงกันข้ามถ้าวันๆ เอาแต่หมกมุ่นอยู่กับเรื่องของเราคล้ายๆ กับการ “พายเรือในอ่าง”... น้ำในอ่างจะยิ่งใหญ่ (ในความคิดของเรา) ราวกับพายุถล่มโลกทีเดียว

ฝรั่งมีคำกล่าวว่า ในบรรดาการทำให้คน “เสียคน” ไม่มีอะไรจะเกินการตามใจเด็กอย่างไม่มีขอบเขต และเรียกเด็กที่ถูกตามใจจนเคยว่าเป็นพวก “Spoiled child” หรือเด็กที่ถูกทำลาย เนื่องจากเด็กที่ถูกตามใจมากๆ มักจะเสียคน เช่น โตขึ้นมาก็ติดยาเสพติด หรือกลายเป็นคนที่ “ไม่รู้จักพอ” ฯลฯ

(9) Maintain a hopeful outlook = รักษาความหวังไว้ ไม่ว่าจะสูญเสียอะไรในชีวิต... สิ่งที่ควรรักษาไว้เสมอคือ “ความหวัง (Hope)” เพราะคนที่ยังมีความหวังได้ชื่อว่าเป็นคนที่ยังมี “อนาคต” ประสบการณ์ของคนที่รอดจากภัยพิบัติหนักๆ มาได้ ไม่ตายทั้งๆ ที่น่าจะตายตอบตรงกันว่า อยู่ได้เพราะความหวัง เช่น อยากจะกลับไปอยู่กับลูก อยากจะทำอะไรดีๆ ให้มากกว่านี้ ฯลฯ

(10) Take care of yourself = ใส่ใจสุขภาพด้วย ไม่ว่าวิกฤตจะใหญ่เท่าฟ้าหรือจะเล็กกว่าเส้นผม... สิ่งที่ไม่ควรลืมคือ อย่าลืมเอาใจใส่ตัวเองทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ เช่น กินอาหารสุขภาพพอประมาณ ออกแรงออกกำลังเป็นประจำ นอนให้พอ ฯลฯ เรื่องที่ไม่ควรทำคือ อย่าทำร้ายตัวเองด้วยการอดข้าว การกินมากเกิน หรือการดื่มเหล้า ฯลฯ

เราจะมองโลกในแง่ดีแบบท่านเติ้งเสี่ยวผิงก็ได้... ท่านกล่าวว่า “หลังพายุ... ท้องฟ้าจะแจ่มใส” หรือหลังวิกฤตมักจะมีโอกาสตามมา (มองโลกในแง่ดี) หรือเราจะมองโลกในแง่ร้ายแบบนี้ก็ได้... “หลังพายุ... จะมีพายุลูกอื่นๆ ตามมา (อีกหลายลูก)” ทว่า... ตอนนี้เรียนเสนอให้มองโลกในแง่ดีไว้ก่อน เพราะมองโลกแบบนี้น่าจะดี

เมื่อมีวิกฤตย่อมมีโอกาส...แต่ไม่ใช่ฉวยโอกาสนะเจ้าคะ

 

ข่าวล่าสุด

อินเดียยกเลิกแนวคิดบังคับติดตั้งแอป Aadhaar บนสมาร์ทโฟน