
ส่งออกไตรมาส4มีแววลบ13%
ผลจากน้ำท่วมฉุดกำลังผลิตสินค้าอุตฯ-คาดลากยาวถึงไตรมาสแรกปีหน้า
ผลจากน้ำท่วมฉุดกำลังผลิตสินค้าอุตฯคาดลากยาวถึงไตรมาสแรกปีหน้า
คาดส่งออกไตรมาสสุดท้ายของปีติดลบ 13% จากเหตุน้ำท่วม ต่อเนื่องไปถึงไตรมาสแรกปีหน้า แต่ 9 เดือนตุนยอดไว้แล้ว โต 25.5%
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ไตรมาสสุดท้ายการส่งออกอาจลดลง 13% เป็นผลจากน้ำท่วม โดยสินค้าที่ได้รับผลกระทบมาก เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ เป็นต้น แต่สินค้าส่วนหนึ่งได้ขนส่งไปให้ลูกค้าตามคำสั่งซื้อแล้ว ดังนั้นผลกระทบที่ชัดเจนน่าจะเห็นในช่วงไตรมาสแรกปี 2555
อย่างไรก็ดี คาดว่าสินค้าเกษตรจะได้รับผลกระทบไม่มาก แม้ว่าพื้นที่ปลูกข้าวจะได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมกว่า 13 ล้านไร่ แต่การส่งออกข้าวในตอนนี้อยู่ที่ 9.5 ล้านตันแล้ว และมูลค่าเพิ่มขึ้นจากปีก่อนมากในปลายเดือน ต.ค. เชื่อว่าการส่งออกข้าวจะทะลุ 10 ล้านตันได้ เช่นเดียวกับมันสำปะหลัง แม้ยังไม่มีการสำรวจความเสียหาย แต่พื้นที่ปลูกอยู่บนที่สูง
กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหนักจะเป็นสินค้าอุตสาหกรรม อยู่ระหว่างประเมินความเสียหาย จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกอย่างไรบ้าง ในส่วนการช่วยเหลือกรมส่งเสริมการส่งออกได้เสนอแนวทางช่วยเหลือเฉพาะหน้า เช่น ช่วยเหลือด้านขนส่ง หาแหล่งวัตถุดิบ ช่วยลดภาระต้นทุนผู้ประกอบการ และจะเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับกลุ่มผู้นำเข้าในประเทศคู่ค้าที่สำคัญของไทย
นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า การส่งออกเดือน ก.ย. 2554 มีมูลค่า 2.15 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 19.1% รวม 9 เดือน (ม.ค.ก.ย.) ส่งออกได้แล้ว 1.79 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 25.5%
กลุ่มสินค้าเกษตร และอุตสาห กรรมเกษตรขยายตัวสูงขึ้น 51.9% จากการส่งออกยางพารา ผลิตภัณฑ์ มันสำปะหลัง และสินค้าอาหาร ส่วนสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัว 9.7% จากกลุ่มสิ่งพิมพ์ ผลิตภัณฑ์ยางพารา เม็ดพลาสติก และยานยนต์ เนื่องจากความต้องการสินค้าของโลกเพิ่มขึ้น และเศรษฐกิจในประเทศคู่ค้าเริ่มขยายตัว รวมถึงราคาสินค้าเกษตรและอาหารปรับตัวสูงขึ้น
ขณะที่นำเข้าเดือน ก.ย. มีมูลค่า 2.12 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 41.9% รวม 9 เดือน 1.74 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 30% จากสินค้าทุน เชื้อเพลิง สินค้าอุปโภคบริโภค วัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป สินค้ายานพาหนะและอุปกรณ์ ส่งผลไทยเกินดุลการค้าเดือน ก.ย. 238 เหรียญสหรัฐ และเมื่อรวม 9 เดือนไทยยังคงได้ดุลการค้าอยู่ที่ 5,280 ล้านเหรียญสหรัฐ และจะประเมินเป้าหมายส่งออกปีนี้อีกครั้ง แม้จะมั่นใจว่าจะโตได้ 15% ก็ตาม







