
น้ำสกัดขนส่งอุปโภค-บริโภค
ผู้ผลิตวางเส้นทางเดินรถใหม่เร่งผลิตสต๊อกสินค้าเพียงพอ
ผู้ผลิตวางเส้นทางเดินรถใหม่เร่งผลิตสต๊อกสินค้าเพียงพอ
ยักษ์คอนซูเมอร์ กังวลเส้นทางตัดขาดสะดุดขนส่งสินค้า ยูนิลีเวอร์-พีแอนด์จี-ไลอ้อน เร่งสต๊อกสินค้ารับความต้องการพุ่ง
รายงานข่าวจากกลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ในประเทศไทย ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ แจ้งว่า บริษัทได้พิจารณาตามคำแนะนำของนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง โดยได้หยุดการผลิตสินค้าไปตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค. เพื่อความปลอดภัยของพนักงานและป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดกับเครื่องมือ อุปกรณ์ และเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตในโรงงานดังกล่าว
ทั้งนี้ บริษัทยังจะดำเนินการส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้าที่สามารถรับสินค้าได้ รวมทั้งอาจปรับเปลี่ยนวิธีการส่งสินค้าในกรณีที่จำเป็น พร้อมติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด 24 ชั่วโมง ในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมาและต่อเนื่องนับจากนี้ โดยสิ่งที่บริษัทห่วงใยและให้ความสำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของพนักงานและครอบครัว และการป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียต่อโรงงาน และเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิต ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ประเมินมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น จากการเสียโอกาสในจการผลิตสินค้าและด้านอื่นๆ
นางกรรณิการ์ จรัสอุไรสิน ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) หรือพีแอนด์จี กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทยังไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม เนื่องจากโรงงานของพีแอนด์จีตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งยังสามารถดำเนินการผลิตสินค้าได้ตามปกติ
อย่างไรก็ตาม จากปัญหาน้ำท่วมที่เริ่มขยายวงกว้าง ส่งผลกระทบให้เส้นทางการขนส่งถูกตัดขาดในหลายพื้นที่ ซึ่งบริษัทต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการบริหารจัดการขนส่งสินค้า พร้อมร่วมมือกับคู่ค้าอย่างใกล้ชิด โดยในส่วนของคู่ค้าที่มีศูนย์กระจายสินค้าในพื้นที่น้ำท่วม โดยประสานงานจัดส่งสินค้าสู่สาขาต่างๆ และร้านค้าปลีกโดยตรง เพื่อให้สินค้าที่จำเป็นเข้าถึงประชาชนได้อย่างเพียงพอ
ด้านนายบุญฤทธิ์ มหามนตรี ประธานกรรมการ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) ผู้ผลิตสินค้าอุปโภครายใหญ่ในเครือสหพัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้สต๊อกสินค้าอุปโภคบริโภคของบริษัทยังมีมากพอที่จะกระจายออกสู่ท้องตลาด แต่จากปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ส่งผลให้ถนนสายหลักถูกตัดขาด ทำให้การกระจายสินค้าของบริษัททำได้ยากขึ้นโดยเฉพาะเส้นถนนพหลโยธิน เนื่องจากเป็นเส้นทางหลักในการกระจายสินค้าไปยังภาคกลาง ซึ่งขณะนี้กำลังประสบกับปัญหาน้ำท่วมหนัก
นี้ก็ยังพอมีเส้นทางที่จะพอขนส่งสินค้าไปได้ แต่เราต้องใช้รถสูงในการขนส่งสินค้า
อย่างไรก็ตามบริษัทมั่นใจว่าสินค้าอุปโภคบริโภคของบริษัทจะไม่ขาดตลาด เพราะเราพยายามดูแลสินค้าในสต๊อกอย่างดี ขณะเดียวกันก้ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด”นายบุญฤทธิ์กล่าว
ขณะที่ผลกระทบจากการกระจายสินค้าที่ล่าช้าและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัวขณะนี้ บริษัทยังไม่สามารถประเมินได้ โดย เนื่องจากจะต้องประเมินสถานการณ์วันต่อวัน ปัจจัยลบที่เกิดขึ้นดังกล่าวยอมรับว่าอาจกระทบต่อยอดขายในช่วงไตรมาส 4 พอสมควร แต่หากสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติภายในเดือนนี้ เชื่อว่าจะทำให้บริษัทกลับมามียอดขายเติบโตตามเป้าหมายที่ 1.2 หมื่นล้านบาท เติบโต 10%







