posttoday
หุ้นดิ่งหนีจมน้ำถล่มแบงก์ยับสินเชื่อหดแรง

หุ้นดิ่งหนีจมน้ำถล่มแบงก์ยับสินเชื่อหดแรง

20 ตุลาคม 2554

หุ้นธนาคารถูกถล่มยับ ภัทรห่วงสินเชื่อหดตัวลงแรง ประธานตลาดหลักทรัพย์คาด 6 เดือน

หุ้นธนาคารถูกถล่มยับ ภัทรห่วงสินเชื่อหดตัวลงแรง ประธานตลาดหลักทรัพย์คาด 6 เดือน

โรงงานในนิคมฯ กลับมาผลิต ไทยพาณิชย์-กสิกรไทยโชว์กำไรหรู 9 เดือน

ตลาดหุ้นไทยดำดิ่งสวนทางตลาดต่างประเทศจากหลังน้ำท่วมลุกลามเข้ากรุงเทพฯ กดดัชนีทรุดหนัก 14.56 จุด หรือ 1.53% ปิดที่ 938.19 จุด แม้ว่านักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อสุทธิ 903 ล้านบาทก็ตาม แต่มีแรงขายหุ้นธนาคารพาณิชย์ใหญ่ทุกตัว

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ภัทร ออกบทวิเคราะห์ว่า กรณีโรงงานในนิคมอุตสาห กรรมที่ถูกน้ำท่วมยังไม่กลับมาผลิตภายใน 6 เดือน คาดว่าจะมีผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประมาณ 2% ส่งผลให้หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ปรับตัวลง เพราะความไม่แน่นอนของธุรกิจ

“หุ้นธนาคารมีความเสี่ยง เพราะความต้องการใช้สินเชื่อต่างๆ จะลดลง และหากผลกระทบลุกลามออกไปสู่วงกว้าง เช่น บริษัทต่างชาติย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศอื่น จะทำให้ความต้องการใช้สินเชื่อจะลดลงด้วย” บล.ภัทร ระบุ

ด้านซีแอลเอสเอปรับลดเป้าหมายดัชนีหุ้นลงเหลือ 900 จุด เดิม 1,100 จุด หลังคาดว่าน้ำท่วมจะสร้างความเสียหายต่อจีดีพีประมาณ 1.5% จากการส่งออกชะลอตัวลง คาดกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) จะเป็นขาลงตั้งแต่ไตรมาส 3 ทั้งกลุ่มพลังงานและธนาคาร

นายสมพล เกียรติไพบูลย์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า บริษัทที่อยู่ในนิคมฯ น่าจะใช้เวลาในการฟื้นฟูธุรกิจไม่เกิน 6 เดือน และหลายบริษัทมีการทำประกัน แต่สิ่งที่น่าห่วงมากที่สุด คือ ด้านสาธารณูปโภคซึ่งรัฐบาลต้องเร่งทำความมั่นใจให้เอกชน

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลท. กล่าวว่า ตลาดต้องทบทวนการดำเนินงานในหลายๆ เรื่อง หนึ่งในนั้นคือเป้าหมายโครงการที่ทำกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในการนำหุ้นที่ได้รับบีโอไอเข้าตลาด เพราะนิคมฯ หลายแห่งถูกน้ำท่วม

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์น่าจะปรับลดประมาณการรายได้และกำไร บจ.ในไตรมาส 4 แต่ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ได้แก่ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และนิคมฯ มีผลต่อภาพรวมของตลาดหุ้นไทยไม่มาก เพราะมีมาร์เก็ตแคปต่ำและส่วนใหญ่อยู่นอกตลาด

ด้านธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ยังคงประกาศกำไรสุทธิไตรมาส 3 ปีนี้ออกมาดี เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) มีกำไรสุทธิ 8,351 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 28% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และรวม 9 เดือนมีกำไร 29,534 ล้านบาท คิดเป็น 8.69 บาทต่อหุ้น พุ่งขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนกว่า 62%

ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) มีกำไรสุทธิจำนวน 7,761 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 6.05% และเพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 40.7% โดยส่วนใหญ่เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของสินเชื่อ

สำหรับกำไรสุทธิงวด 9 เดือน มีจำนวน 21,193 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 43.54%

 

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว