
ช่อง3โฆษณาแน่นน้ำท่วมไม่กระทบ
บีอีซีฯ ยัน ยอดโฆษณายังปกติ ฝ่าน้ำท่วมยาวนาน เลื่อนขึ้นค่าโฆษณาไปต้นปีหน้า
บีอีซีฯ ยัน ยอดโฆษณายังปกติ ฝ่าน้ำท่วมยาวนาน เลื่อนขึ้นค่าโฆษณาไปต้นปีหน้า
นายฉัตรชัย เทียมทอง ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน บริษัท บีอีซี เวิลด์ (BEC) หรือ สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เปิดเผยว่า วิกฤตน้ำท่วมยังไม่ส่งผลกระทบต่อเม็ดเงินโฆษณาของบริษัท ซึ่งล่าสุดพบว่า ยอดโฆษณาในช่วงครึ่งเดือนแรกของเดือน ต.ค.ยังเป็นปกติ มีจำนวนโฆษณาเต็มเวลา 240 นาที ทำให้เชื่อว่าภาพรวมผลประกอบการทั้งปีน่าจะออกมาดีตามที่คาดการณ์ไว้
อย่างไรก็ตามในช่วง 2 เดือนที่เหลือของปี ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าอุตสาหกรรมโฆษณาจะถูกกระทบจากปัญหาน้ำท่วมหรือไม่
“ตอนนี้ยอดโฆษณายังดีอยู่ ถึงแม้น้ำจะท่วมมาตั้งแต่เดือน ส.ค. แต่เม็ดเงินก็ไม่ได้ชะลอตัวลง ส่วนช่วงที่เหลือของปียังประเมินยากว่าจะลดลงหรือไม่ เพราะเจ้าของสินค้าก็ยังไม่สามารถประเมินผลกระทบของตัวเองได้ ดังนั้น เร็วไปที่จะบอกว่าโฆษณาจะได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหน แต่อยากตั้งข้อสังเกตว่าสินค้าบางประเภทก็ขายดีในช่วงนี้ เพราะประชาชนแห่กักตุน ซึ่งอาจเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการเร่งโหมโฆษณาในช่วงนี้” นายฉัตรชัย กล่าว
ปัจจุบัน บริษัทไม่มีแผนปรับขึ้นค่าโฆษณาในช่วงที่เหลือของปี จากเดิมที่คาดว่าจะปรับขึ้นในช่วงเดือน ต.ค.นี้ เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันไม่เอื้ออำนวย โดยบริษัทจะประเมินสถานการณ์อีกครั้งในช่วงต้นปีหน้า ก่อนที่จะพิจารณาว่าจะขึ้นค่าโฆษณาหรือไม่ในเดือน มี.ค. 2555
นายฉัตรชัย กล่าวว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมโฆษณาในปีนี้ยังเติบโตดี ล่าสุด “เอซี เนลสัน” รายงานตัวเลขโฆษณาเดือน ก.ย. เติบโตขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 56% คิดเป็นเม็ดเงินประมาณ 9,000 ล้านบาท แต่ลดลงจากเดือน ส.ค. ปีนี้ 4% ซึ่งเป็นเพราะจำนวนวันในเดือน ก.ย. น้อยกว่าเดือน ส.ค. ส่วนเม็ดเงินโฆษณา 9 เดือนแรกปีนี้ อยู่ที่ 8.09 หมื่นล้านบาท โตขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 10.5%
ด้านราคาหุ้น BEC วันที่ 17 ต.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น หลังจากที่เอซี เนลสัน รายงานว่า ยอดเงินโฆษณาเดือน ก.ย. ยังเติบโตดี โดยราคา BEC ปิดที่ระดับ 40.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท หรือ 4.49% มูลค่าซื้อขาย 44.14 ล้านบาท ระหว่างวันราคาแตะจุดสูงสุดที่ 41.25 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคจีไอ วิเคราะห์ว่า ภาวะน้ำท่วมรุนแรงและส่งผลกระทบเป็นวงกว้างจึงคาดว่าจะกระทบต่อการขยายตัวของเม็ดเงินโฆษณาช่วงไตรมาส 4 จะเหลือเพียง 35% จากที่ขยายตัว 10% ในช่วง 9 เดือนแรก และจากค่าโฆษณาต่อนาทีที่สูงมากแล้วทำให้เชื่อว่า BEC และ บริษัท อสมท (MCOT) จะไม่สามารถปรับเพิ่มค่าโฆษณาได้อีกในปี 2554-2555 จึงแนะนำขาย BEC และถือ MCOT เพื่อรับปันผล







