
กสิกรฟันธงค่าเงินแข็งแตะ31บาท
โพสต์ทูเดย์
— กสิกรคาดเงินบาทยังแข็งต่อเนื่องถึงปลายปีนี้นายธิติ ตันติกุลานันท์ ผู้บริหารธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ในช่วงกลางปีนี้จะเห็นเงินบาทอยู่ที่ 32.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ขณะที่ปลายปีคาดว่าจะอยู่ที่ 31.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
สาเหตุที่เงินบาทยังแข็งค่าเนื่องจากเงินเหรียญสหรัฐมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อไป ขณะที่ไทยยังขาดดุลบัญชีเดินสะพัด และมีปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศ
นายธิติ กล่าวว่า หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คลายเกณฑ์การป้องกันความเสี่ยง โดยให้ลูกค้าสามารถยกเลิกการป้องกันความเสี่ยงก่อนครบสัญญานั้น ขณะนี้ไม่มีลูกค้าที่ขอยกเลิกเท่ากับว่ามาตรการนี้ไม่ได้ช่วยให้เงินบาทอ่อน แต่ช่วยให้ผู้ประกอบการเกิดความคล่องตัว
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่ปิดความเสี่ยงค่าเงินจะเป็นรายใหญ่ตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป จะซื้อป้องกันความเสี่ยงถึง 5060% ขณะที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมจะทำการป้องกันความเสี่ยงเพียง 3040%
สำหรับสถานการณ์การออกหุ้นกู้ในปีนี้นั้น คาดว่าจะอยู่ที่ 1.5 แสนล้านบาท น้อยกว่าปีก่อน อยู่ที่ 3.7 แสนล้านบาท เพราะสภาพคล่องธนาคารยังสูง เฉพาะไตรมาสแรกคาดว่าจะมีการออกหุ้นกู้ประมาณ 34 หมื่นล้านบาท ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และพลังงาน
นักค้าเงินจากธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ปัจจัยการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงไม่มีผลต่อค่าเงินบาทระหว่างวัน โดยปิดที่ 33.1733.18 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ถึงแม้เคลื่อนไหวอ่อนค่าลงเล็กน้อย แต่เป็นผลจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตรฐาน (Discount Rate) จาก 0.5% เป็น 0.75% ไม่ได้เป็นผลจากการชุมนุม
นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธปท. เปิดเผยว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยของไทยต้องดูความสมดุลทางเศรษฐ กิจ และเงินเฟ้อ แต่สิ่งที่มีความเป็นไปได้ในขณะนี้คืออัตราดอกเบี้ยของประเทศไทยรวมถึงในภูมิภาคเอเชีย มีโอกาสที่จะปรับขึ้นก่อนดอกเบี้ยในสหรัฐและยุโรป มีปัญหาสถาบันการเงินและสภาพคล่องในระบบมาก ต่างจากไทยที่ขณะนี้ปรับตัวดีขึ้น สิ่งที่ต้องติดตามจากนี้คือดูว่าปัจจัยการเมืองหรือผลกระทบอื่นๆ เช่นมาบตาพุดจะมากระทบ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยแค่ไหน ยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตามดู
สำหรับการไหลเข้าเงินทุนผันผวนน่าจะทำให้ค่าเงินแข็งขึ้น แต่อยู่ระดับไหนยังคาดการณ์ยาก แต่การขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าภูมิภาคจะทำให้ค่าเงินแข็งค่าเร็วขึ้น แต่นักลงทุนคงดูปัจจัยอื่นๆ ประกอบด้วย
นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงินธปท. กล่าวว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยมาตรฐานของเฟดสะท้อนสภาพคล่องในสหรัฐที่ปรับตัวดีขึ้นมีแนวโน้มจะเป็นปกติ แต่ยังไม่ใช่สัญญาณว่าเศรษฐกิจสหรัฐปรับตัวดีขึ้นแล้วถึงขั้นเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงิน
นายบัณฑิต กล่าวว่า ดอกเบี้ยมาตรฐานที่เฟดปรับขึ้น 0.25% ต่างจากดอกเบี้ยระยะสั้น (Fed Fund Rate) และดอกเบี้ยนโยบายของไทยที่สะท้อนภาวะเศรษฐกิจจริง
“
การขึ้นดอกเบี้ยของไทยก็ต้องดูเงื่อนไข ดูพื้นฐานเศรษฐกิจไทยเป็นสำคัญ” นายบัณฑิต กล่าวด้านนายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงินธปท. เชื่อว่าภาวะนี้ยังไม่ใช่จังหวะที่รัฐบาลสหรัฐจะถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ







