posttoday
ธีระชัยยันรบ.เดินหน้าโครงการตามนโยบายต่อ

ธีระชัยยันรบ.เดินหน้าโครงการตามนโยบายต่อ

14 ตุลาคม 2554

ธีระชัยเตรียมคุยสถาบันการเงินประนอมหนี้ให้อุตสาหกรรมที่ประสบภัย

ธีระชัยเตรียมคุยสถาบันการเงินประนอมหนี้ให้อุตสาหกรรมที่ประสบภัย

เวลา 16.00 ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย สนามบินดอนเมือง นายธีระชัย ภูวนารถนรานุบาล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลังเปิดเผยว่า รัฐบาลได้เตรียมแนวทางฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศตามมติคณะรัฐมนตรี ด้วยการหักงบประมาณออกมา 10% หรือคิดเป็นประมาณ 8หมื่นล้านบาท สำหรับฟื้นฟูสาธารณูปโภคพื้นฐานทั้งหมด ส่วนผลกระทบต่อโรงงานอุตสาหกรรมนั้น พบว่าส่วนใหญ่มีการทำประกันวินาศภัยไว้ และเท่าทีได้หารือกับคณะกรรมการส่งเสริมธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ก็ทราบว่ายินดีจะจ่ายเงินชดเชยให้เต็มจำนวน แต่ส่วนที่น่าห่วงคือเรื่องผลกระทบต่อรายได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ประเมินไว้ว่า หากโรงงานอุตสาหกรรมหยุดชะงักไป 1 เดือนจะส่งผลกระทบประมาณ 5-9 หมื่นล้านบาท แต่เป็นส่วนที่ประเมินจากความเสียหายของนิคมอุตสาหกรรมโรจนะเท่านั้น ยังไม่ได้รวมความเสียหายต่อโรงงานอุตสาหกรรมอื่น นอกจากนี้ก็ยังไม่แน่ใจว่าภายใน 1 เดือนนี้จะควบคุมสถานการณ์นี้ได้หรือไม่

ส่วนนโยบายของรัฐบาลที่ได้ประกาศมาก่อนหน้านี้ ทั้งเรื่องจำนำสินค้าเกษตร หรือเรื่องอื่น ๆ นั้น รัฐบาลยืนยันว่าจะยังเดินหน้าต่อ ทั้งนี้จะประสานสำนักงานคณะกรรมการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติว่าจะมีมาตรการช่วยเหลือใน่วนไหนเพิ่มเติมบ้าง สำหรับมาตรการทางภาษีนั้น ก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังนั้นได้เตรียมไว้อยู่แล้วสำหรับการจ่ายค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท อย่างไรก็ตามมาตรการทางภาษีคงไม่มีผลมากนัก เพราะเมื่อกำไรน้อย ภาคธุรกิจไม่ต้องจ่ายภาษีมากตามไปด้วย เป็นเรื่องของการฟื้นฟูสภาพทั่วไป เพื่อให้ภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรมสามารถฟื้นฟูตัวเองได้มากกว่า

“สถาบันการเงินควรใช้สามัญสำนึกทางธุรกิจ เพื่อผ่อนปรน และให้โอกาสกับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบอย่างยืดหยุ่น เพราะการจ่ายหนี้ช้า หรือไม่จ่ายไม่ได้จ่ายในช่วงนี้ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นคนไม่ดี ทั้งนี้ภาครัฐจะเป็นผู้นำร่องโดยเริ่มต้นจากธนาคารของรัฐในการผ่อนปรนหนี้ และนำร่องไปสู่สถาบันการเงินอื่น ๆ ต่อไป ซึ่งเมื่อหารือกับสมาคมธนาคารไทยก็พบว่าทุกสถาบันการเงินเห็นพ้องที่จะทำตามมาตรการนี้ โดยจะมีการประชุมร่วมกับนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและรมว.พาณิชย์รวมถึงสภาอุตสาหกรรมไทย สมาคมธนาคารไทย และสภาหอการค้าประเด็นนี้ในวันจันทร์ที่ 17 ต.ค.” นายธีระชัยกล่าว

นายธีระชัยกล่าวอีกว่า การซ่อมแซมนิคอุตสาหกรรมหรือเศรษฐกิจหลังจากนี้ ยังไม่สำคัญเท่ากับการวางแผนการจัดการน้ำในระยะยาวเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน  เพราะก่อนหน้านี้ทุกภาคส่วนวางแผนไว้ว่าประเทศไทยจะต้องเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของประชาคมอาเซี่ยนภายใน 3-5 ปีนี้ เพราะฉะนั้นการจัดการน้ำภายใน 25 ลุ่มน้ำอย่างยั่งยืนจะต้องทำอย่างร่งด่วน โดยวิธีการแก้ไขนั้น อาจจะต้องเลื่อนเวลาเพาะปลูกของเกษตรกรให้รวดเร็วขึ้น เพื่อให้ได้ผลผลิตเร็ว และสามารถใช้พื้นที่เพาะปลูกให้กลายเป็นพื้นที่รับน้ำ พอที่จะรองรับน้ำในฤดูน้ำหลากให้ได้มากขึ้น

“ปัญหาที่น้ำท่วมวันนี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากการใช้พื้นที่ไปกับการเพาะปลูกมากเกินไป ทำให้น้ำไม่มีมีที่ไป เมื่อไม่มีที่ไปก็สร้างคันกั้นน้ำให้สูงขึ้น ทำให้เส้นทางน้ำที่ควรจะลงไปในที่รับน้ำเดินทางไปเร็วขึ้น และท่วมในที่ที่ไม่ใช่พื้นที่รับน้ำ เพราะฉะนั้นจะต้องวางแผนการจัดการน้ำให้เป็นระบบ และวางมาตรการการเพาะปลูกให้ดียิ่งขึ้น และทำให้คนสามารถอยู่กับน้ำได้ โดยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ซึ่งในเรื่องนี้แม้จะต้องลงทุนมหาศาล แต่ถ้าแก้สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมและสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนได้ ลงทุนเท่าไหร่ก็คุ้ม” นายธีระชัยกล่าว

รองนายกฯและรมว.คลังกล่าวอีกว่ารัฐบาลได้จ่ายเงินชดเชยสำหรับผู้ประสบภัย 5,000 บาทไปแล้วทั้งหมด 2 แสนคน คิดเป็นเงินประมาณ 1,000 ล้านบาท และจะทยอยจ่ายอย่างต่อเนื่อง ส่วนโครงการกองทุนหมู่บ้าน SML นั้น รัฐบาลจะเร่งรัดโครงการให้สามารถเริ่มจ่ายได้ภายในเดือนก.พ. 2555 เพื่อเป็นส่วนหนึงในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและฟื้นฟูหมู่บ้านที่ประสบภัยให้เร็วทีสุด โดยอาจยืมเงินจากธนาคารออมสินสำหรับใช้จ่ายในโครงการนี้ก่อน

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ