posttoday
ส.อ.ท.ห่วงแรงงานตกงานหลังน้ำท่วม

ส.อ.ท.ห่วงแรงงานตกงานหลังน้ำท่วม

14 ตุลาคม 2554

ส.อ.ท. ชี้น้ำท่วมกระทบการจ้างงาน คาดโรงงานหลายแห่งปิดดำเนินการ 6-10 เดือน

ส.อ.ท. ชี้น้ำท่วมกระทบการจ้างงาน คาดโรงงานหลายแห่งปิดดำเนินการ 6-10 เดือน

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) และหอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ (เจซีซี) ว่า จากปัญหาน้ำท่วมโรงงานที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อการจ้างงานอย่างมาก เนื่องจากคาดว่าโรงงานแต่ละแห่งจะต้องหยุดดำเนินกิจการนานประมาณ 6-10 เดือน

ทั้งนี้ จึงเป็นห่วงแรงงานที่อยู่ในกลุ่มลูกจ้างรับเหมา ที่ไม่แน่ใจว่าบริษัทรับเหมาจะจัดการเรื่องค่าจ้างอย่างไร และหากโรงงานหยุดนานสัญญาจ้างกับบริษัทรับเหมาก็จะหมดลง แรงงานเหล่านั้นก็จะตกงานได้ ซึ่งแรงงานในกลุ่มนี้มีอยู่ประมาณ 40% ของแรงงานทั้งหมด โดยขณะนี้จากการที่นิคมอุตสาหกรรม 4 แห่งต้องหยุดกิจการลง ได้แก่ นิคมฯสหรัตนนคร เขตประกอบการอุตสาหกรรมโรจนะ นิคมฯ บ้านหว้า (ไฮเทค) และนิคมฯบางปะอิน มีโรงงานรวมทั้งสิ้น 479 โรงงาน แรงงานรวมทั้งหมด 2.15 แสนคน และ 40% เป็นกลุ่มรับเหมาจำนวน 8.65 หมื่นคน

ส่วนกลุ่มที่เป็นพนักงานประจำขณะนี้โรงงานส่วนใหญ่ยังคงจ่ายค่าแรงเต็มจำนวน ซึ่งโรงงานแต่ละแห่งก็พยายามจะรักษาการจ้างงานไว้ เพราะหากฟื้นฟูกิจการได้รวดเร็ว จะได้เร่งการเดินเครื่องอย่างเต็มที่

“ในเบื้องต้นบริษัทคงต้องรับภาระเรื่องการค่าแรงงานไปก่อน แต่ในส่วนของกลุ่มรับเหมาช่วงลูกจ้างมากทำงานก็ไม่ทราบว่าจะมีการจัดการอย่างไร ดังนั้นจึงต้องเร่งแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด เพื่อเร่งฟื้นฟูกิจการ” นายพยุงศักดิ์ กล่าว

สำหรับการหารือกับเจโทรและเจซีซี ผู้ประกอบการต้องการให้เร่งระบายน้ำออก เพื่อจะเข้าไปกู้เครื่องเครื่องจักร และแม่พิมพ์บางตัวให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะในบางโรงงานแม่พิมพ์ที่มีอยู่ในเมืองไทย มีอยู่ในโรงงานในประเทศไทยเท่านั้น ไม่มีอยู่ในโรงงานอื่นๆ จึงต้องเข้าไปเอาของสำคัญเหล่านั้นออกมาโดยเร็ว

นอกจากนี้ทางนักธุรกิจญี่ปุ่นยังขอให้ส.อ.ท.ช่วยประสานกับรัฐบาลให้นำกำลังทหารเข้าไปช่วยในพื้นที่ ในการขนย้ายอุปกรณ์ เครื่องจักรออกจากพื้นที่น้ำท่วม

นายพยุงศักดิ์ กล่าวว่า ทางส.อ.ท.จะช่วยประสานงานกับรัฐบาลให้ โดยเฉพาะในเรื่องการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ที่นักลงทุนแสดงความกังวลเข้ามา เพราะไม่สามรถหาแหล่งข้อมูลที่เชื่อได้ ส.อ.ท.จึงจะช่วยประสานงานไปยังการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ให้ช่วยนำเสนอข้อมูลที่นักลงทุนต้องการ เป็นต้น

ทางเขตประกอบการอุตสาหกรรมโรจนะได้มาชี้แจงข้อมูลให้นักลงทุนฟัง โดยเตรียมจะสูบน้ำออกจากพื้นที่โดยเร็วเมื่อน้ำลดลงต่ำกว่าคันดิน รวมทั้งได้เตรียมการที่จะเสริมสร้างคันกั้นน้ำถาวรเพื่อรองรับน้ำท่วมในระยะยาว

นายเซ็ทซึโอะ อิอุจิ ประธาน เจโทร กรุงเทพฯ กล่าวว่า เจโทรต้องการให้มีมาตรการเร่งด่วนในการระบายน้ำออกจากนิคมอุตสาหกรรม  รวมทั้งต้องการขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐและทหารในการเคลื่อนย้ายสถานที่เก็บทรัพย์สินสำคัญชั่วคราว โดยเฉพาะเซิฟเวอร์ข้อมูลที่จำในการเริ่มดำเนินการใหม่ของโรงงานหลังน้ำลด  ซึ่งในโรจนะมีหลายโรงงานที่ผลิตชิ้นส่วนสำคัญและมีเซิฟเวอร์ข้อมูลที่ต้องการนำออกมา  และเจโทรหวังว่าน้ำจะไม่ท่วมถึงชั้น 2 จะทำให้ปัญหาไม่หนักมาก  โดยบริษัทที่ลงทุนในโรจนะเป็นบริษัทญี่ปุ่นถึง 70 %  ซึ่งมีทั้งบริษัทขนาดใหญ่ เช่น ฮอนด้า และผู้ผลิตชิ้นส่วนป้อนให้กับอุตสาหกรรมปลายน้ำ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ