
นกแอร์มั่นใจปีนี้กำไรทะลุ400ล้าน
นกแอร์ฟุ้งกำไรปีนี้เกินเป้าทะลุ 400 ล้านบาท รุกปรับทัพฝูงบินรับมือแข่งดุ เพิ่มโบอิ้ง 787-800 จำนวน 12 ลำ
นกแอร์ฟุ้งกำไรปีนี้เกินเป้าทะลุ 400 ล้านบาท รุกปรับทัพฝูงบินรับมือแข่งดุ เพิ่มโบอิ้ง 787-800 จำนวน 12 ลำ
นายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทนกแอร์ ผู้ให้บริการสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์ แอร์ไลน์) นกแอร์ เปิดเผยว่า ผลประกอบการเดือนม.ค.-ก.ย.ที่ผ่านมา บริษัทมีกำไรสุทธิราว 230 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 30-35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันที่ผ่านมา โดยคาดว่าตลอดปีนี้จะมีกำไรสุทธิกว่า 400 ล้านบาท เทียบกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ 198 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีกำไรจากการประกันซื้อน้ำมัน(เฮจจิ้ง) ล่วงหน้า รวมถึงคนไทยโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น นิยมเดินทางทาอากาศเพิ่มขึ้น เพราะมีความสะดวกรวดเร็ว
ทั้งนี้บริษัทได้ปรับกลยุทธ์การให้บริการ โดยเตรียมเช่าเครื่องบินโบอิ้ง 787-800 จำนวน 12 ลำ ความจุ 180 ทั่นั่ง โดยจะทยอยรับมอบเครื่องตั้งแต่ปลายเดือนนี้ จนครบ 12 ลำปี 2556 การเช่นเครื่อง ATR จำนวน 3 ลำ ซึ่งในปี 2556 บริษัทจะมีฝูงบินจำนวน 17 ลำ เพื่อรองรับการขยายเส้นทางการบินจ.หลักและจ.รองให้ครอบคลุมทั้งประเทศ ซึ่งในปีหน้า เตรียมเปิดเส้นทาง ชุมพร ระนอง เชียงราย กระบี่ ฯลฯ
“นกแอร์จะมุ่งให้การบริการตลาดคนไทยให้มีความแข็งแกร่งและไม่มีแผนบินต่างประเทศ โดยในช่วงที่โลว์คอสต์ แอร์ไลน์มาให้บริการในปีแรกมีตลาดคนไทยใช้บริการ 5 ล้านคน ผ่านมา 7 ปี คนไทยใช้บริการมากถึง 25 ล้านคน ซึ่งมองว่าตลาดจะเติบโตในปีหน้าได้ถึง 50-60%”นายพาที กล่าว
อย่างไรก็ตามในปีนี้ บริษัทได้เพิ่มช่องทางการจองตั๋วโดยสาร พร้อมการชำระค่าโดยสารผ่านช่องทางต่างๆ เช่น ไอโฟน แบล็คเบอร์รี ตู้เอทีเอ็ม ร้านสะดวกซื้อ ฯลฯ เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายในการอำนวยความสะดวกลูกค้า รวมถึงได้ปรับยูนิฟอร์มใหม่ให้มีความสดใสยิ่งขึ้น สอดคล้องกับการบริการสายการบินที่สร้างรอยยิ้มให้กับคนไทย
นายพาที กล่าวว่า ในปีนี้คาดว่าจะขนผู้ดดยสารราว 4 ล้านคน ในปีหน้าตั้งเป้า 5 ล้านคน โดยมองว่าสงครามราคาจะไม่กลับมา แม้ว่าจะมีการเปิดตัวสายการบินไทย สมาย เนื่องจากทุกสายการบินมีกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจนในแต่ละสายการบิน ส่วนผลกระทบจากปัยหาน้ำท่วม ถ้าเกิดขึ้นระยะสั้นมองว่าจะไม่กระทบต่อการท่องเที่ยว ถ้าระยะยาวอาจกระทบต่อสภาพการจิตใจที่จะเดินทางท่องเที่ยว ขณะที่สายการบินยังเติบโตต่อเนื่อง อัตราที่นั่งเฉลี่ย 85-90% ซึ่งบางส่วนอาจหลีกเลี่ยงการเดินทางทางบก มาเป็นทางอากาศแทน







